เมื่อวันที่ 22 ก.ค. คีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครน ออกมาเปิดเผยว่า รัสเซียวางแผนที่จะใช้งบประมาณประมาณ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35 ล้านล้านบาท) ในการเสริมกำลังอาวุธใหม่ในอีก 11 ปีข้างหน้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองยูเครนยังเปิดเผยด้วยว่า รัสเซียทะเยอทะยานอย่างมากในการเปิดตัวโครงการอาวุธยุทโธปรณ์นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต และมีรายงานว่า รัสเซียกำลังระดมกำลังทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อสนับสนุนการสร้างกำลังทหารด้วย
บูดานอฟบอกว่า นี่แสดงให้เห็นว่า รัสเซียกำลังระดมพลทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามขนาดใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
บูดานอฟกล่าวอีกว่า ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปนี้ รัสเซียได้จัดตั้งเขตทหารใหม่สองแห่ง ได้แก่ กรุงมอสโกและเมืองเลนินกราด พร้อมกำลังเตรียมจัดตั้งกองพลและหน่วยทหารเพิ่มเติม และย้ำว่า เป้าหมายของรัฐบาลเครมลินไม่ใช่แค่การครอบงำภูมิภาคนี้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับเปลี่ยนระเบียบโลก
หัวหน้าหน่วยข่าวกรองยูเครนกล่าวอีกว่า รัสเซียกำลังพยายามทำลายความมั่นคงและระเบียบเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเพื่อจุดประสงค์นี้ รัฐบาลเครมลิมกำลังสร้างสถานะของตนในแอฟริกา โดยใช้กองกำลังตัวแทนเป็นหลัก
บูดานอฟยังเตือนว่ารัสเซียกำลังดำเนินการแบบผสมผสานในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์และการรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
ความคิดเห็นของเขามีขึ้นหลังจากที่หน่วยข่าวกรองตะวันตกออกมาเตือนเกี่ยวกับการสร้างกำลังทหารระยะยาวของรัสเซียที่มากขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับเมื่อปีที่แล้ว ที่ บรูโน คาห์ล หัวหน้าหน่วยข่าวกรองเยอรมนี กล่าวว่ารัสเซียจะมีขีดความสามารถทางทหารในการโจมตีชาติสมาชิกนาโตภายในปี 2030
เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ระบุว่า รัสเซียพร้อมที่จะยกระดับความพยายามในการทำสงครามให้เทียบเท่ากับครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอ้างว่ามีพลเรือน "หลายล้านคน" ที่ให้การสนับสนุนกองทัพด้วยการบริจาคเสบียงและอุปกรณ์
ตามข้อมูลของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ ระบุว่า รัสเซียใช้งบประมาณด้านกลาโหมแซงหน้าประเทศในยุโรปทั้งหมดรวมกันแล้ว โดยในปี 2024 รัสเซียใช้งบกลาโหมพุ่งสูงถึง 42 % อยู่ 462,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่างบประมาณด้านกลาโหมรวมกันของยุโรป ซึ่งอยู่ที่ 457,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ