เมื่อวันที่ 22 ก.ค. จังหวัดคาโกชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ประกาศว่า ชาวบ้านบนเกาะอาคุเซกิและโคดาคาระ ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องอพยพออกจากพื้นที่เนื่องจากแผ่นดินไหวต่อเนื่องบริเวณหมู่เกาะโทคาระ จะได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับเกาะได้แล้ว โดยเรือเฟอร์รีที่จะออกจากท่าเรือคาโกชิมะในคืนวันที่ 25 ก.ค.
การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ไม่มีแผ่นดินไหวระดับ 4 หรือสูงกว่า (ตามมาตรวัดญี่ปุ่น) เกิดขึ้นเป็นเวลา 5 วันแล้ว
แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนับเดือนก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อชาวบ้าน และทางหมู่บ้านได้ประกาศแผนที่จะให้เงินอุดหนุนแก่ทุกครัวเรือนบนเกาะทั้งสอง
ทางการได้ขอให้ประชาชนอพยพออกจากเกาะหลังจากเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรง 6 ตามมาตรวัดญี่ปุ่น บริเวณเกาะอาคุเซกิเมื่อวันที่ 3 ก.ค.
นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. มีผู้อพยพจากเกาะอาคุเซกิ 56 คน และจากเกาะโคดาคาระ 15 คน ไปยังเมืองคาโกชิมะและพื้นที่อื่น ๆ แต่ต่อมามีชาวบ้านบางคนที่ตัดสินใจเดินทางกลับเกาะโดยสมัครใจ
ทางการจะมอบเงินช่วยเหลือแก่ทุกครัวเรือนบนเกาะอาคุเซกิจิมะ (43 ครัวเรือน 89 คน) และเกาะโคดาคาระ (36 ครัวเรือน 66 คน) ทางหมู่บ้านวางแผนที่จะใช้เงินช่วยเหลือจากภาษีท้องถิ่นและแหล่งเงินทุนทั่วไปของหมู่บ้าน โดยจะพิจารณาจำนวนเงินและระยะเวลาในการดำเนินการในอนาคต
คุโบะ เก็นอิจิโระ นายกเทศมนตรีหมู่บ้านโทชิมะ กล่าวว่า “จำนวนแผ่นดินไหวลดลง และมีความหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน เราจึงต้องการเริ่มแจกจ่ายเงินโดยเร็วที่สุด”
ขณะเดียวกัน ในการแถลงข่าวประจำวันที่ 22 ก.ค. หอสังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยาประจำภูมิภาคฟุกุโอกะได้ชี้แจงว่า “ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในขณะนี้” ว่าแผ่นดินไหวจะคลี่คลายลงหรือไม่
ทางหอสังเกตการณ์ฯ ยังคงเรียกร้องให้มีความระมัดระวังต่อการเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงสุดไม่เกิน 6
ข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ระบุว่า มีแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรง 1 ขึ้นไปในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว 2,205 ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. จนถึงเวลา 16.00 น. ของวันที่ 22 ก.ค.
เรียบเรียงจาก Yomiuri