จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ กองทัพบก ทันกระแส รายงานว่า ภายหลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 24 กกรฎาคม 2568 ได้มีการยืนยันว่า “สมเด็จฯ ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ทิ้งประชาชนหนีกบดานเกาหลีใต้
รวมถึงเฟซบุ๊กเพจ Army Military Force - สำรอง เผยว่า เมื่อเวลา 16.08 น. เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ สมเด็จฯ ฮุน เซน รุ่น Hawker 800 ลงจอดที่ประเทศเกาหลีใต้ นั้น
ล่าสุดเวลา 16.30 น. สมเด็จ ฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เมื่อครู่นี้ สื่อไทยรายงานว่าผมเดินทางออกจากกัมพูชาไปยังประเทศจีน ผมขอยืนยันว่า ขณะนี้ผมกำลังร่วมอยู่ในการบัญชาการทางวิดีโอและการบัญชาการอื่น ๆ ของกองทัพบกร่วมกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารทุกระดับ เพื่อต่อสู้กับผู้รุกรานชาวไทย”
“ผมไม่ได้หนีนะครับ พี่น้องร่วมชาติทั้งหลาย โปรดอย่ากังวล! ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารภาคที่ 2 ของไทยประกาศว่าจะปิดทางเข้าปราสาทตาเมือนธม”
“ผู้บัญชาการทหารภาคที่ 2 ของไทยคือผู้ที่เริ่มสงครามนี้ด้วยการสั่งปิดปราสาทตาเมือนธมเมื่อวานนี้ และเปิดฉากยิงใส่กองทัพกัมพูชาเมื่อเช้านี้”
“นี่คือผู้ที่เตือนว่าจะโจมตีกัมพูชาในอีก 3 วัน ผมอยากรู้กลยุทธ์ 3 วันของเขาด้วย”
“ธรรมชาติการโกหกของนักการเมืองไทยและสื่อไทยได้กลายเป็นวัฒนธรรมปกติของพวกเขาไปแล้ว หลอกต่อไปเถอะนะ “อย่ามาไทยใส่ผม!” (Don’t Thai to me!)”
ขณะเดียวกัน เจีย ธีริธ โฆษกของ ฮุน เซน เปิดเผยว่า กรณีมีรายงานว่า สมเด็จ ฮุน เซน หลบหนีไปแล้วนั้น ขอยืนยันว่า ฮุน เซน ได้มีบทบาทอย่างแข็งขันในการสั่งการปฏิบัติการทางทหารผ่านระบบวิดีโอ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ท่ามกลางการสู้รบบริเวณชายแดน
“สมเด็จเตโชกำลังสั่งการกองทัพผ่านระบบวิดีโอในกัมพูชา ร่วมกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และกองกำลังติดอาวุธทุกระดับ เพื่อตอบโต้การรุกรานของสยาม ท่านไม่ได้หนีไปไหน” เจีย ธีริธ กล่าว
แถลงการณ์ดังกล่าวออกมาเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของสื่อมวลชนไทยที่ว่า ฮุน เซน เดินทางออกจากกรุงพนมเปญ