โฆษกรัฐบาลกัมพูชา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา และโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้จัดงานแถลงข่าวในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ก.ค. 2568 เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทยซึ่งเกิดการปะทะกันตั้งแต่ช่วงเช้า
เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เล่าถึงความตึงเครียดระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 โดยบอกว่า ทหารไทยได้ยิงและลอบสังหารทหารกัมพูชา
เพ็ญ โบนา กล่าวว่า ประเทศไทยได้ใช้ประเด็นทุ่นระเบิดสร้างความตึงเครียดครั้งใหม่ โดยกัมพูชายืนยันว่า ทุ่นระเบิดเหล่านี้เป็นทุ่นระเบิดเก่าที่หลงเหลือจากยุคสงคราม และขอให้ประเทศไทยอย่าเลือกเส้นทางที่ผิด
เพ็ญ โบนา กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา ล้วนเกิดจากประเทศไทย ซึ่งต้องการดินแดนของกัมพูชา และเสริมว่า กัมพูชาต้องการสันติภาพ ทางเลือกทางทหารเป็นทางเลือกสุดท้ายของกัมพูชา ดังนั้นปัญหาในเช้าวันนี้คือ กองทัพไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกันตนเอง เพื่อปกป้องดินแดนจากการรุกราน
เพ็ญ โบนา กล่าวว่า กองทัพภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และประธานวุฒิสภา ฮุน เซน กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว โดยได้ป้องกันอย่างแข็งแกร่งมาหนึ่งวัน และได้เปรียบเหนือศัตรูผู้รุกราน
เพ็ญ โบนา ยืนยันว่า กัมพูชาไม่ได้ถอนตัวจากการยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) แต่ยังคงเดินหน้าและผลักดันไปยังประชาคมระหว่างประเทศอื่น ๆ
ด้าน พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวว่าเช้าวันนี้ ฝ่ายไทยได้เดินทางไปยังปราสาทตาเมือนธมโดยไม่ได้แจ้งให้กัมพูชาทราบล่วงหน้า และได้ปิดถนนด้วยลวดหนาม เวลา 8.30 น. ฝ่ายไทยได้เปิดฉากยิง
กัมพูชาจึงตอบโต้เพื่อปกป้องดินแดนของตน ในเวลา 8:40 น. กองทัพกัมพูชาได้เปิดฉากยิงตอบโต้ โสเจียตาบอกว่า การใช้อาวุธของไทยก่อนการยิงในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานอย่างชัดเจนที่จะบุกกัมพูชา
มาลี โสเจียตา กล่าวว่า วันนี้ไทยได้โจมตีสถานที่ต่าง ๆ มากถึง 8 แห่ง โดยใช้อาวุธหนักและเครื่องบินขับไล่ F-16
เธอกล่าวว่า กัมพูชาได้ยึดปราสาทตาควายได้เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. และกองทัพกัมพูชายังคงควบคุมปราสาทตาเมือนธมไว้ได้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จนกระทั่งบัดนี้
มาลี โสเจียตา กล่าวว่า จนถึงปัจจุบัน เราได้เห็นแล้วว่าไทยได้โจมตีผู้บริสุทธิ์ของกัมพูชา
เธอกล่าวว่า การใช้กำลังทหารของกัมพูชาเกิดจากการไม่มีทางเลือก อันเนื่องมาจากการละเมิดของไทย เป้าหมายหลักคือการป้องกันตนเองโดยไม่มุ่งเป้าไปที่สถานที่ทางทหารหรือพลเรือน
ขณะที่ ชุม ซอนรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา นำเสนอความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัมพูชาและไทย
ชุม ซอนรี กล่าวว่า กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบโต้การกระทำของรัฐบาลไทยที่มีต่อกัมพูชา เนื่องจากเราได้แจ้งรัฐบาลไทยอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการลดระดับความสัมพันธ์ลงเป็นระดับ “อุปทูตรักษาการ” (Second Charge d’Affaires) ต่างจากประเทศไทยที่ไม่ได้แจ้งกัมพูชา
ชุม ซอนรี กล่าวว่า ประเทศไทยได้ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและรัฐธรรมนูญอาเซียน
พลโท มาลี โสเจียตา ยังปฏิเสธรายงานของสื่อมวลชนไทยที่ว่ากัมพูชายิงผู้บริสุทธิ์ ขณะที่กองทัพกัมพูชาเน้นการป้องกันตนเอง ไม่ใช่การโจมตี
“จุดยืนของกัมพูชาคือการใช้สิทธิของเราในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และเรามุ่งเป้าไปที่สถานที่ทางทหารเท่านั้น เราไม่ได้โจมตีสถานที่พลเรือนใด ๆ” เธอกล่าว
มาลี โซเชียตา ย้ำว่า จนกระทั่งเย็นวันที่ 24 กรกฎาคม การโจมตีระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงดำเนินต่อไป แต่กองทัพของกัมพูชายังคงยืนหยัดอย่างเข้มแข็งและกล้าหาญเพื่อปกป้องอธิปไตยโดยปราศจากความหวาดกลัว
เรียบเรียงจาก Khmer Times