WorldBank2026 WorldBank2026

เปิด "อนุสัญญาเจนีวา" กัมพูชาถล่ม รพ. เข้าข่ายอาชญากรรมสงครามหรือไม่?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดอนุสัญญาเจนีวา ฉบับ 4 ว่าด้วยการคุ้มครองพลเรือนยามสงคราม การกระทำใดเข้าข่าย "อาชญากรรมสงคราม" "อาชญากรสงคราม" คือใคร? กัมพูชาถล่ม รพ. เข้าข่ายอาชญากรรมสงครามหรือไม่?

จากกรณีการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เริ่มขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยพบว่าฝั่งกัมพูชามีการยิงจรวด BM-21 ตกกระทบเขตชุมชน-โรงพยาบาล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิตจำนวนมาก ก่อนที่ต่อมา รัฐบาลไทยจะออกมาแถลงการณ์ว่าการกระทำดังกล่าว ไร้มนุษยธรรม เป็นอาชญากรรมสงครามขั้นรุนแรง นั้น

หากเรามากาง “อนุสัญญาเจนีวา” ฉบับที่ 4 ว่าด้วยการคุ้มครองพลเรือนในยามสงคราม จะเห็นคำตอบว่าการกระทำใดบ้างที่เข้าข่ายเป็น “อาชญากรรมสงคราม” และใครที่เข้าข่าย “อาชญากรสงคราม” บ้าง?

คอนเทนต์แนะนำ
โฆษกกลาโหมกัมพูชายืนยัน ไทยใช้อาวุธหนัก-ระเบิดลูกปรายโจมตี

IV GENEVA CONVENTION RELATIVE TO THE PROTECTION OF CIVILIAN PERSONS IN TIME OF WAR OF 12 AUGUST 1949 UN
IV GENEVA CONVENTION RELATIVE TO THE PROTECTION OF CIVILIAN PERSONS IN TIME OF WAR OF 12 AUGUST 1949

การกระทำเข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม”

จากมาตรา 147 ว่าด้วยความผิดร้ายแรง (Grave Breaches) ระบุว่า ตัวอย่างของการกระทำที่เข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม” อันเป็นการกระทำที่ถือเป็นความผิดร้ายแรง ได้แก่

  • การจงใจฆาตกรรม การทรมาน หรือการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม เช่น การทดลองทางชีวภาพที่ไม่จำเป็น การก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือบาดเจ็บรุนแรงต่อร่างกายหรือสุขภาพ รวมถึงการฆ่าหรือบาดเจ็บอย่างจงใจต่อพลเรือน
  • การทรมาน ปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม
  • การทำลายทรัพย์สินพลเรือนโดยไม่มีความจำเป็นทางทหาร
  • การใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์
  • การโจมตีโรงพยาบาล โรงเรียน สถานศาสนา หรือเขตปลอดภัย

ใครคือ “อาชญากรสงคราม”

จากการกระทำที่เข้าข่ายดังกล่าว ตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 4 ใครก็ตามที่ออกคำสั่ง ปฏิบัติการ หรือมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำเหล่านี้ มีสถานะเป็น “ผู้ต้องสงสัยอาชญากรสงคราม” และอาจถูกดำเนินคดีได้โดยไม่ขึ้นกับสัญชาติหรือประเทศ

นอกจากนี้ ตามมาตรา 148 ยังระบุว่า สมาชิกภาคีไม่สามารถยกเว้นหรือปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งต่อบุคคลอื่นหรือรัฐอื่นได้ ในกรณีที่มีการละเมิดอันร้ายแรงตามมาตรา 147 ซึ่งรัฐภาคีห้ามละเว้นความรับผิดชอบ

กระบวนการตรวจสอบหากละเมิดอนุสัญญาฯ

หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้งร้องขอ จะต้องมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดอนุสัญญา โดยทั้งสองฝ่ายจะตกลงร่วมกันถึงวิธีดำเนินการ หากไม่สามารถตกลงได้ ต้องเลือกผู้ตัดสินกลางเพื่อกำหนดขั้นตอน เมื่อพบต้นเหตุการละเมิดแล้ว ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องยุติการละเมิดทันทีและดำเนินจัดการอย่างเร่งด่วน

การลงโทษ

ตามมาตรา 146 รัฐภาคีต้องตรากฎหมายภายในเพื่อกำหนดโทษทางอาญาที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่กระทำหรือมีคำสั่งให้กระทำความผิดร้ายแรง ตามที่ระบุไว้ และต้องค้นหาผู้ที่ต้องสงสัยว่ากระทำหรือสั่งให้กระทำความผิดดังกล่าว และนำตัวมาขึ้นศาลของตน ไม่ว่าผู้นั้นจะมีสัญชาติใด

หรืออาจส่งตัวบุคคลดังกล่าวไปยังรัฐภาคีอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวขึ้นพิจารณาคดี หากรัฐนั้นมีหลักฐานเบื้องต้นเพียงพอ (Prima Facie Case) ต้องดำเนินมาตรการเพื่อ ยับยั้ง การกระทำที่ละเมิดอนุสัญญาฉบับนี้ แม้จะไม่ใช่ “ความผิดร้ายแรง”

ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนต้องได้รับสิทธิในการพิจารณาคดีและการป้องกันตนเองตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกรณีของไทยและกัมพูชา ถือว่ามี “พันธะผูกพัน” ที่ต้องบัญญัติกฎหมายในประเทศให้สามารถดำเนินคดีอาชญากรสงครามได้ โดยผู้กระทำผิดร้ายแรงต้องถูกนำตัวขึ้นพิจารณาโดยศาลภายในประเทศ หรือส่งไปยังประเทศที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี

นอกจากนี้ ยังสามารถดำเนินคดีในระดับ “ศาลอาญาระหว่างประเทศ” (International Criminal Court – ICC) หากประเทศนั้นยอมรับอำนาจ ICC หรือมีมติจากสหประชาชาติ

กลไกดำเนินการ

  1. รัฐเจ้าของพื้นที่ทำผิด ดำเนินคดีเองผ่านกฎหมายภายใน
  2. ประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบ ร้องขอตัวผู้กระทำผิดตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ
  3. นำเข้าสู่ศาลระหว่างประเทศ เช่น ICC (ศาลอาญาระหว่างประเทศ) หรือ ICJ (ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ) สำหรับกรณีระหว่างรัฐ
  4. องค์กรสิทธิมนุษยชนและสหประชาชาติ เข้าตรวจสอบ เก็บหลักฐานเพื่อขอความยุติธรรมในเวทีโลก

ที่มา: IV GENEVA CONVENTION RELATIVE TO THE PROTECTION OF CIVILIAN PERSONS IN TIME OF WAR OF 12 AUGUST 1949

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ