กองกำลังยูเครนยอมรับว่า กองกำลังรัสเซียรุกคืบข้ามเข้ามาในแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ (Dnipropetrovsk) ภูมิภาคอุตสาหกรรมสำคัญทางตะวันออกของประเทศ และพยายามจะตั้งฐานที่มั่น ถือเป็นการโจมตีใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่ดังกล่าว แต่กองทัพเคียฟได้เข้าสกัดจนกองทัพมอสโกหยุดชะงัก
โครงการจัดทำแผนที่ “DeepState” ของยูเครน ประเมินเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า รัสเซียยึดหมู่บ้าน 2 แห่งในภูมิภาคดังกล่าว คือ “ซาโปริซเก” (Zaporizke) และ “โนโวฮรีฮอริฟกา” (Novohryhorivka) เอาไว้ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครนปฏิเสธ โดยระบุว่า กองทัพยังคงควบคุมซาโปริซเกได้ และการสู้รบเข้มข้นยังคงดำเนินอยู่บริเวณหมู่บ้านโนโวฮรีฮอริฟกา
รัสเซียอ้างมาตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาว่า ได้ทะลวงเข้าสู่ภูมิภาคแห่งนี้ ถือเป็นความพยายามการผลักดันกองกำลังให้รุกคืบลึกเข้าไปในดินแดนยูเครนจากทางภูมิภาคโดเนตสก์
การรุกคืบของรัสเซียเข้าสู่ดนีโปรเปตรอฟสก์อาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของชาวยูเครน เนื่องจากความพยายามทางการทูตที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ดูเหมือนจะลดน้อยถอยลง แม้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะพบหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ที่รัฐอะแลสกาแล้ว และขู่จะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร
ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีปูตินกล่าวกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ยินดีจะยุติสงคราม หากยูเครนมอบดินแดนในภูมิภาคโดเนตสก์ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเคียฟ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า ผู้นำรัสเซียมีแผนอื่น รวมถึงการยึดครองดินแดนยูเครนทั้งหมดทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนีโปร ซึ่งจะแบ่งประเทศออกเป็น 2 ส่วน
ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มความพยายามในการหาข้อตกลงรับประกันความมั่นคงในอนาคต ในกรณีที่มีการทำข้อตกลงยุติสงคราม พร้อมเสริมว่า ตุรกี ประเทศในอ่าวเปอร์เซียหรือยุโรป อาจจะเป็นเจ้าภาพจัดการหารือได้ แม้รัสเซียจะระบุว่ายังไม่มีการวางแผนจัดการประชุมใด ๆ ก็ตาม