เมื่อวันที่ 8 ก.ย. สมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศสลงมติ 364 ต่อ 194 เสียง ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ฟรองซัวส์ บายรู ส่งผลให้เขาต้องยื่นหนังสือลาออกต่อประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ในวันที่ 9 ก.ย.
บายรู ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 9 เดือน ได้เปิดให้ลงมติไว้วางใจ เพื่อพยายามเรียกเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาต่อแผนลดการขาดดุลที่สูงกว่าเพดาน 3% ของสหภาพยุโรปเกือบ 2 เท่า และจัดการกับหนี้มหาศาลมูลค่า 3.4 ล้านล้านยูโร หรือคิดเป็น 114% ของจีดีพี
ในร่างงบประมาณปี 2026 บายรูเสนอให้ยกเลิกวันหยุดนักขัตฤกษ์ 2 วัน และระงับการจ่ายเงินสวัสดิการและเงินบำนาญ โดยมีเป้าหมายเพื่อประหยัดงบประมาณ 44,000 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับแผนรัดเข็มขัดดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ฝรั่งเศสจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2027
ทั้งนี้ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง จะต้องเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งจะเป็นคนที่ 5 ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี ถือเป็นสถิติที่สะท้อนถึงภาวะการเมืองที่ไร้ทิศทาง และความผิดหวังที่เกิดขึ้นตลอดการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของมาครง
ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า การแต่งตั้งผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทนนายบายรูจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยมาครงมีทางเลือกว่าจะเลือกนายกรัฐมนตรีจากฝ่ายกลาง-ขวา หรือจะหันไปประนีประนอมกับพรรคสังคมนิยม ฝ่ายซ้าย หรือยุบสภาเพื่อจัดกการเลือกตั้งใหม่
ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามของมาครงในพรรคลาฟรองแซงซูมี (La France Insoumise) ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัด เรียกร้องให้ตัวมาครงเองลาออกจากตำแหน่ง แต่ผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นไปได้ยาก
งานเร่งด่วนที่สุดของรัฐบาลใหม่คือการผ่านร่างงบประมาณ ซึ่งเป็นความท้าทายเดียวกับที่บายรูเผชิญตอนที่รับตำแหน่งต่อจากอดีตนายกรัฐมนตรีมิเชล บาร์นิเย และการหาคะแนนเสียงสนับสนุนในรัฐสภาที่แบ่งฝ่ายอย่างรุนแรงก็ยากไม่แพ้กัน