สวีเดนประกาศดำเนินการถอนความช่วยเหลือ ด้านการพัฒนาออกจากเมียนมาทั้งหมด โดยจะหันไปให้ความช่วยเหลือยูเครนแทน โดยสวีเดนให้เหตุผลการถอนความช่วยเหลือว่า สถานการณ์ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอยู่ในภาวะยํ่าแย่ นับตั้งแต่การรัฐประหารของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในปี 2021
ภายใต้แผนการถอนความช่วยเหลือเมียนมา หน่วยงานด้านให้ความช่วยเหลือของสวีเดีน "ซิดา" (Sida) จัดสรรเงินช่วยเหลือในปี 2025 มากที่สุด 18 ล้านดอลลาร์ และในปี 2026 จะลดลงเหลือเพียง 15 ล้านดอลลาร์ ตามข้อตกลงที่มี
และจะดำเนินการถอนความช่วยเหลือทั้งหมดภายในกลางปี 2026 โดยสวีเดนจะหันไปให้การสนับสนุนยูเครนทางการทหาร และพลเรือนแทน ตามแผนการจัดสรรเงินนับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป
ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวของเมียนมา ได้ออกมาแสดงความกังวลใจว่า การถอนความช่วยเหลือของสวีเดนจะยิ่งทำให้ภาคประชาสังคมของเมียนอ่อนแอลงไปอีก โดยการตัดสินใจของรัฐบาลสวีเดนในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลัง รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนความช่วยเหลือออกจากเมียนมา
ส่วนสถานการณ์ในเมียนมาล่าสุด สงครามกลางเมืองยังคงดำเนินไปโดยไม่มีท่าทีสิ้นสุดลง ทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดรายงานระบุว่า เครื่องบินของกองทัพอากาศเมียนมาทิ้งระเบิดโจมตีใส่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในเมืองจ๊อกตอว์ รัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 22 ราย โดยส่วนใหญ่คือเด็ก ด้านสื่อท้องถิ่นของรัฐยะไข่ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่มีการสู้รบแต่อย่างใด แต่ทำไมมีการโจมตีทางอากาศ
ตรงกันข้าม สื่อออนไลน์ที่สนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมาชี้ว่า กองทัพอาระกัน หรือ AA กำลังฝึกทหารในพื้นที่ดังกล่าว ภายหลังข่าวการโจมตีโรงเรียนประจำแห่งนี้ถูกรายงานออกไป องค์การ UNICEF ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้มีการยุติความรุนแรงต่อเด็ก โรงเรียน หอพัก และบ้าน ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา พร้อมระบุด้วยว่า การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่เด็ก ๆ กำลังนอน