เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เดนมาร์กและนอร์เวย์ต้องปิดสนามบินหลักของประเทศเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพบเห็นโดรนปริศนา
เจ้าหน้าที่เดนมาร์กรายงานว่า พบโดรนขนาดใหญ่ 2-3 ลำบินอยู่ในพื้นที่รอบสนามบินโคเปนเฮเกน แต่ไม่สามารถยืนยันประเภทได้
รองผู้บัญชาการตำรวจเดนมาร์ก จาคอบ แฮนเซน กล่าวว่า “ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโดรนเหล่านี้มาจากไหน และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโดรนเหล่านั้นบินไปที่ไหนตั้งแต่นั้นมา”
สนามบินโคเปนเฮเกนกลับมาดำเนินการอีกครั้งในเวลาประมาณ 00.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (05.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) หลังจากเที่ยวบินถูกระงับเกือบ 4 ชั่วโมง
ตำรวจเดนมาร์กยังกล่าวอีกว่า “จะมีการนำมาตรการหลายอย่างมาใช้” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน แต่ยังไม่ยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้คืออะไร
โฆษกของสนามบินโคเปนเฮเกนยืนยันว่า น่านฟ้าเหนือสนามบินถูกปิดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) เนื่องจากพบโดรนปริศนา
เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 รายงานว่ามีเที่ยวบินอย่างน้อย 35 เที่ยวบินที่มุ่งหน้าไปยังโคเปนเฮเกนต้องเปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากการปิดสนามบิน
“ไม่มีเครื่องบินลำใดสามารถขึ้นลงจอดที่สนามบินได้ ส่งผลให้เที่ยวบินหลายเที่ยวต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินอื่น” แถลงการณ์ระบุ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโดรนดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากรัสเซียหรือไม่ แฮนเซนกล่าวว่า เขาไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธเรื่องนี้ได้
ด้านตำรวจนอร์เวย์ยืนยันกับสำนักข่าวท้องถิ่น NRK ว่า ที่สนามบินออสโล ตำรวจนอร์เวย์ตรวจพบโดรนใกล้สนามบินเมื่อค่ำวันที่ 22 ก.ย. เช่นกัน
โฆษกของสนามบินกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ NRK ว่า น่านฟ้าเหนือสนามบินถูกปิดเมื่อเวลา 00.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) เนื่องจาก “พบโดรน” และเที่ยวบินทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินที่ใกล้ที่สุด
จนเวลาประมาณ 04.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (09.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) โฆษกกสนามบินกล่าวว่า สนามบินออสโลได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว
หลังจากนี้ ตำรวจเดนมาร์กจะให้ความร่วมมือกับทางการนอร์เวย์เพื่อตรวจสอบว่าทั้งสองเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่
เรียบเรียงจาก BBC