ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) โดยระบุว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน จะเดินหน้าขยายขอบเขตของการทำสงครามให้กว้างและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ถูกหยุดยั้ง จะมีประเทศอื่น ๆ มากขึ้นที่จะต้องเผชิญการรุกรานจากรัสเซีย เว้นแต่ชาติพันธมิตรจะแสดงความเป็นเอกภาพและเพิ่มการสนับสนุน
ประธานาธิบดีเซเลนสกีระบุด้วยว่า ทุกประเทศกำลังถูกคุกคามด้วยการแข่งขันสะสมอาวุธในระดับโลก ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางทหาร พร้อมเสริมว่า อาวุธ คือ สิ่งที่ตัดสินว่าผู้ใดจะอยู่รอด และเรียกร้องให้มีกฎเกณฑ์สากลสำหรับควบคุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) และการใช้งานในอาวุธ พร้อมเตือนว่า การพัฒนาโดรนและเครื่องบินไร้คนขับอัตโนมัติเป็นภัยคุกคามใหญ่กว่าสงครามแบบดั้งเดิม
เซเลนสกีกล่าวว่า “ตอนนี้พวกเราอยู่ท่ามกลางการแข่งขันสะสมอาวุธที่ทำล้ายล้างสุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ เพราะครั้งนี้รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ด้วย และถ้าไม่มีหลักประกันความปลอดภัยที่แท้จริง นอกจากมิตรภาพกับอาวุธ และถ้าโลกไม่สามารถตอบสนองต่อทุกภัยคุกคามได้ และถ้าไม่มีเวทีที่แข็งแกร่งเพื่อความมั่นคงระหว่างประเทศ แล้วจะยังมีที่ใดบนโลกที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์เหลืออยู่หรือไม่? เราต้องการกฎสากลว่า AI จะถูกนำมาใช้ในอาวุธได้อย่างไร และนี่เป็นเรื่องเร่งด่วนพอ ๆ กับการป้องกันการแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์”
ถ้อยแถลงดังกล่าวของเซเลนสกีมีขึ้นหลังพบหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปลี่ยนท่าทีเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยกล่าวเป็นครั้งแรกว่า ยูเครนสามารถทวงคืนดินแดนทั้งหมดกลับมาได้ จากเดิมที่เคยบอกว่ายูเครนจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนดินแดนเพื่อให้เกิดสันติภาพ
ผู้นำยูเครนยังวิพากษ์วิจารณ์สถาบันระหว่างประเทศว่าอ่อนแอเกินไปที่จะให้หลักประกันด้านความปลอดภัยแก่ยูเครน พร้อมเสริมว่า การเป็นสมาชิกพันธมิตรทางทหารที่ยาวนาน ไม่ได้หมายความว่า จะปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ซึ่งดูเหมือนจะพาดพิงองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO)
ก่อนหน้านี้เอสโตเนียและโปแลนด์ ร้องขอการหารือกับพันธมิตรนาโตชาติอื่น ๆ ตามมาตรา 4 ของสนธิสัญญานาโต หลังจากถูกรัสเซียละเมิดน่านฟ้า รวมถึงโรมาเนียที่ยืนยันว่า โดรนรัสเซียบินเข้ามาในอธิปไตยเช่นกัน
ด้านทรัมป์กล่าวว่า สมาชิกนาโต ควรยิงเครื่องบินและโดรนรัสเซียให้ตก หากถูกรุกล้ำน่านฟ้า และเรียกรัสเซียว่าเป็นเสือกระดาษที่ทำสงครามอย่างไร้ทิศทางในยูเครน
อย่างไรก็ตาม โฆษกทำเนียบเครมลินออกมาตอบโต้ว่า รัสเซียไม่ใช่เสืออย่างแน่นอน แต่เปรียบได้กับหมีมากกว่า และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าหมีกระดาษ พร้อมเสริมว่า คำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากมุมมองที่เซเลนสกีนำเสนอ ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความเข้าใจของรัสเซียต่อสถานการณ์ปัจจุบัน