กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันศุกร์ (26 ก.ย.) ว่า จะเพิกถอนวีซ่าของประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย โดยระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการกระทำที่เป็นการยั่วยุของผู้นำโคลอมเบีย ระหว่างการประท้วงบนถนนเพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์ในนครนิวยอร์ก
เปโตร ซึ่งอยู่ในนิวยอร์กเพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ กล่าวกับฝูงชนหน้าสำนักงานใหญ่ยูเอ็น เรียกร้องให้ทหารกองทัพสหรัฐฯ ทุกนาย อย่าหันปืนใส่ประชาชน จงอย่าฟังคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เชื่อฟังคำสั่งของมนุษยชาติ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคาร (23 ก.ย.) ผู้นำโคลอมเบียได้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ โดยระบุว่าผู้นำสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีอาญาต่อการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียน
เปโตร ยังให้สัมภาษณ์กับบีบีซี โดยเปรียบเทียบการโจมตีในทะเลแคริบเบียนว่าเป็น “การกระทำแบบเผด็จการ”ความสัมพันธ์ระหว่างโคลอมเบีย ภายใต้การนำของเปโตร ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายซ้ายคนแรกของประเทศ กับรัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีทรัมป์ เลวร้ายลงในช่วงหลัง
เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ถอนการรับรองโคลอมเบียในฐานะพันธมิตรด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยเพิ่มชื่อเข้าไปในรายชื่อประเทศที่ล้มเหลว เช่นเดียวกับอัฟกานิสถาน เมียนมา และเวเนซุเอลา โดยให้เหตุผลว่า โคลอมเบียมีการเพาะปลูกต้นโคคาและการผลิตโคเคนเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์