เมื่อวันที่ 2 ต.ค. สนามบินมิวนิกของเยอรมนีต้องปิดให้บริการเกือบ 7 ชั่วโมง หลังจากพบเห็นโดรนปริศนาจำนวนมาก นับเป็นสนามบินแห่งล่าสุดของยุโรปที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากโดรนบินรุกล้ำน่านฟ้า
สนามบินระบุในแถลงการณ์ว่า มีเที่ยวบินทั้งหมด 17 เที่ยวบินถูกระงับให้บริการหลังเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (03.00 ของวันที่ 3 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารเกือบ 3,000 คน
นอกจากนี้ เที่ยวบินขาเข้า 15 เที่ยวบินถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเมืองอื่น ๆ ในเยอรมนีแทน ได้แก่ สตุตการ์ต นูเรมเบิร์ก และแฟรงก์เฟิร์ต รวมถึงเวียนนาในประเทศออสเตรีย
เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar แสดงให้เห็นว่า มีเครื่องบินหลายลำบินวนรอบสนามบินมิวนิกเวลาประมาณ 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ
เจ้าหน้าที่บอกว่า สนามบินเปิดให้บริการอีกครั้งเวลา 5.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) โดยเที่ยวบินขาเข้าและขาออกทั้งหมดปลอดภัย
“ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาดำเนินการตามปกติแล้ว บางเที่ยวบินถูกยกเลิก แต่สนามบินได้เปิดให้บริการอีกครั้ง ตั้งแต่เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป เที่ยวบินขาเข้าและขาออกทั้งหมดปลอดภัย” เจ้าหน้าที่กล่าว
มิวนิกกลายเป็นสนามบินแห่งล่าสุดในยุโรปที่ถูกปิดให้บริการหลังจากพบเห็นโดรนในบริเวณใกล้เคียง การพบเห็นโดรนหลายครั้งที่สนามบินหลายแห่งทั่วเดนมาร์กและนอร์เวย์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบ
ต่อมา เดนมาร์กได้สั่งห้ามเที่ยวบินโดรนพลเรือนทั้งหมดในน่านฟ้าของตน ขณะที่เตรียมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปที่โคเปนเฮเกนในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย และการเสริมสร้างความมั่นคงของยุโรป
ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ คาดว่าผู้นำจะหารือเกี่ยวกับมาตรการหลายประการเพื่อปกป้องน่านฟ้าของยุโรป รวมถึงโครงการริเริ่ม “กำแพงโดรน” ที่สำคัญ
โครงการกำแพงโดรนนี้จะไม่ใช่กำแพงทางกายภาพ แต่เป็นเครือข่ายระบบตรวจจับและสกัดกั้นแบบหลายชั้น ซึ่งต่อยอดจากขีดความสามารถในการป้องกันโดรนของแต่ละประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป
ยุโรปอยู่ในภาวะเฝ้าระวังระดับสูงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการพบเห็นโดรนหลายครั้ง รวมถึงข้อกล่าวหาว่าโดรนของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของนาโตเหนือโปแลนด์และโรมาเนีย และข้อกล่าวหาว่าเครื่องบินขับไล่ของรัสเซียละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนีย
เรียบเรียงจาก CNN