วันที่ 15 ต.ค. 68 เกาหลีใต้ส่งทีมตอบสนองร่วมไปยังกัมพูชา นำโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อรับมือกับอาชญากรรมที่มุ่งเป้าพลเรือน หลังเกิดเหตุนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ วัย 22 ปี ถูกลักพาตัวและถูกทรมานจนเสียชีวิต
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมทรัพยากรทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ที่ถูกลักพาตัวในกัมพูชา ซึ่งเกี่ยวข้องกับแก๊งหลอกลวงจ้างงาน ให้เดินทางกลับประเทศโดยปลอดภัย
เกาหลีใต้และกัมพูชายังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยสืบสวนของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงเหล่านี้
เกาหลีใต้ระบุว่า ขณะนี้ มีชาวเกาหลีใต้ 80 คนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันความปลอดภัยอยู่ในกัมพูชา
รัฐบาลเกาหลีใต้ยังพิจารณาจะยกระดับคำเตือนการเดินทางไปยังบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในกัมพูชา เสริมกำลังตำรวจประจำสถานทูตเกาหลีใต้ในกรุงพนมเปญ และขยายขีดความสามารถด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ
ขณะที่เมืองอินชอน ระงับโครงการส่งแพทย์อาสาสมัครไปยังกัมพูชาในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย
ข้อมูลทางการเกาหลีใต้ ระบุว่า อาชญากรรมที่เกิดกับชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เพิ่มขึ้นจาก 81 คดี ในปี 2022 เป็น 134 คดี ในปี 2023 และ 348 คดีในปีที่แล้ว ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ตัวเลขพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 303 คดี
ขณะที่ ทัช สุขะ โฆษกกระทรวงกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้สั่งการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้จัดทำรายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับคดีนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ ด้วยน้ำมือของแก๊งอาชญากรออนไลน์ชาวจีน
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า จับกุมชาวจีนแล้ว 3 คนและกำลังเร่งติดตามผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน โดยจะขยายผลการสอบสวนเพื่อสืบต้นตอของอาชญากรรม และบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยจะทำงานร่วมกับสถานทูตเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด
ทัช สุขะ ย้ำว่า รัฐบาลกัมพูชามุ่งมั่นที่จะป้องกัน ปราบปรามและขจัดอาชญากรรมข้ามชาติและการหลอกลวงทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ พร้อมเสริมว่า กัมพูชาเองก็เป็นเหยื่อของอาชญากรรมข้ามชาติลักษณะนี้เช่นกัน และเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือแทนการกล่าวโทษด้วย
ส่วนพลเรือนเกาหลีใต้ 80 คนที่อยู่ในการควบคุมตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ