วันที่ 20 ต.ค. 68 สำนักข่าว Khmer Times ของกัมพูชา รายงานว่า หน่วยงานแห่งชาติเพื่อการห้ามอาวุธเคมี นิวเคลียร์ ชีวภาพ และรังสี (NACW) ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ “ให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุน” สำหรับความพยายามในการทำลายและกำจัดวัตถุอันตรายจากอาวุธเคมี ซึ่งยังคงเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในกัมพูชา
NACW อ้างว่า ในความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่กินเวลานาน 5 วันในเดือน ก.ค. ไทยใช้ปืนใหญ่และอาวุธหลากหลายประเภทโจมตีฐานที่มั่นของกัมพูชา
โดย NACW ระบุว่า ฝ่ายไทยยอมรับว่า ได้ใช้สารเคมี รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาว ในการสู้รบ ซึ่งการยอมรับนี้สร้างความกังวลอย่างมากจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม
พลเอก พร นรา เลขาธิการ NACW กล่าวว่า หน่วยงานได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไปเก็บตัวอย่างจากพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีการปนเปื้อนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผลการตรวจสอบเบื้องต้นระบุสารเคมีมากกว่า 70 ชนิดที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในระยะกลางและระยะยาวต่อมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศ
“เราไม่ได้พบเพียงทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนเท่านั้น ขณะนี้เราตรวจพบสารเคมีอันตรายหลายชนิดที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและทรัพยากรทางการเงินในการกำจัดหรือทำลาย งานนี้ไม่สามารถทำโดยทีมงานทั่วไปได้ จำเป็นต้องมีการจัดการเฉพาะทางและเงินทุนที่เพียงพอ” พลเอก พร นรา กล่าว
พลเอก พร นรา ได้เรียกร้องให้พันธมิตรด้านการพัฒนาพิจารณาบูรณาการการทำความสะอาดสารเคมีและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเข้ากับโครงการด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูบูรณะที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่สนับสนุนสำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหยื่อของกัมพูชา
เรียบเรียงจาก Khmer Times