ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียเป็นครั้งแรกในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 โดยมุ่งเป้าบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย 2 แห่ง คือ “ลุคออยล์” (Lukoil) และ “รอสเนฟต์” (Rosneft) เพื่อกดดันรัสเซียให้เข้าสู่การเจรจาสันติภาพกับยูเครน
การประกาศคว่ำบาตรเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากทรัมป์ประกาศเลื่อนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ที่เดิมมีกำหนดจัดขึ้นในกรุงบูดาเปสต์ของฮังการี ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ระบุว่า พร้อมจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติม และเรียกร้องให้รัสเซียตกลงหยุดยิงในสงครามยูเครนที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ. 2022 และเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรเข้าร่วมและปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญของทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่ได้ใช้มาตรการลงโทษรัสเซียต่อการทำสงครามในยูเครน แต่เลือกใช้มาตรการทางการค้าแทน ด้วยการขึ้นภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าของอินเดีย ตอบโต้การซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย
ขณะที่รัสเซียจัดการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการซ้อมยิงขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถโจมตีสหรัฐฯ ได้โดยตรง เพียง 1 วันหลังการประชุมสุดยอดระหว่างปูตินและทรัมป์ ถูกเลื่อนออกไป หลังรัสเซียย้ำเงื่อนไขเดิมในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ รวมถึงให้ยูเครนยกดินแดนภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมด ซึ่งเป็นการปฏิเสธข้อเสนอของทรัมป์ที่เสนอให้ทั้งสองฝ่ายตรึงการสู้รบไว้ที่แนวรบปัจจุบัน
ฟากนายกรัฐมนตรีสวีเดน อุล์ฟ คริสเตอช็อน ประกาศว่า รัฐบาลได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) เพื่อส่งออกเครื่องบินขับไล่กริพเพน (Gripen) ของบริษัทซาบ (Saab) ที่ผลิตในประเทศ จำนวนสูงสุดถึง 150 ลำให้แก่ยูเครน หลังการพบหารือกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี
ก่อนหน้านี้ สวีเดนพิจารณาแนวคิดส่งมอบกริพเพนให้ยูเครนมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ถูกระงับไว้ เพื่อให้เคียฟมุ่งเน้นการบรรจุเครื่องบิน F-16 ของสหรัฐฯ เข้าในกองทัพ และเริ่มดำเนินการแล้วในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
เครื่องบินกริพเพนเริ่มประจำการ ตั้งแต่ปี 1996 และบริษัทซาบผลิตไปแล้วประมาณ 280 ลำ