องค์การตำรวจสากล หรือ “อินเตอร์โพล” (INTERPOL) เปิดเผยรายงานแนวโน้มอาชญากรรมล่าสุด พบว่า ฐานปฏิบัติการของสแกมเมอร์ หรือ ศูนย์สแกมเมอร์ ที่ใช้แรงงานจากกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ กำลังขยายตัวไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีเหยื่อจากกว่า 66 ประเทศ ถูกล่อลวงเข้าไปทำงาน ซึ่งทางอินเตอร์โพล ย้ำว่า ขณะนี้ไม่มีทวีปใดรอดพ้นจากเครือข่ายอาชญากรรมประเภทดังกล่าว
อินเตอร์โพล ระบุว่า ร้อยละ 74 ของเหยื่อค้ามนุษย์ ถูกนำไปยังศูนย์สแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ซึ่งเป็น “ฐานปฏิบัติการดั้งเดิม” ของอาชญากรรมประเภทนี้ แต่ปัจจุบันเริ่มพบศูนย์ลักษณะเดียวกันในภูมิภาคอื่น ทั้งเอเชียตะวันออกกลาง แอฟริกาตะวันตก และ อเมริกากลาง ที่อาจกลายเป็นศูนย์กลางใหม่
ข้อมูลจากอินเตอร์โพล เผยว่า รายงานในเดือนมีนาคมปี 2025 ระบุว่า ตัวอย่างประเทศที่มีสัญญาณการเป็นศูนย์สแกมเมอร์ ทวีปอเมริกากลาง-ใต้ เช่น กัวเตมาลา เอล ซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส นิการากัว คอสตา ริกา ปานามา และ เปรู ทวีปยุโรป เช่น อิตาลี โรมาเนีย บัลแกเรีย เซอร์เบีย โครเอเชีย และบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา และ ทวีปแอฟริกา เช่น บอตสวานา เลโซโท และ สวาซิแลนด์
ส่วนตัวอย่างศูนย์สแกมเมอร์ใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น แคเมอรูน ไนจีเรีย กานา โกตดิวัวร์ เบนิน มาลี ไนเจอร์ และ เซเนกัล
อินเตอร์โพลยังระบุว่า ผู้เกี่ยวข้องในการค้ามนุษย์ร้อยละ 90 มาจากเอเชีย และร้อยละ 11 มาจากอเมริกาใต้กับแอฟริกา โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 20–39 ปี
เดิมทีศูนย์สแกมเมอร์ตั้งอยู่เพียงไม่กี่ประเทศในอาเซียน ใช้วิธีโฆษณางานปลอมล่อลวงเหยื่อ ก่อนทำการกักขังและบังคับให้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ เช่น หลอกลงทุน หรือหลอกให้รัก (Romance Scam) ซึ่งเหยื่อจำนวนมากนอกจากจะถูกบังคับให้ทำงานแล้ว ยังถูกทำร้ายร่างกาย และถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย
อินเตอร์โพลชี้ว่า อาชญากรรมนี้สร้าง “เหยื่อสองชั้น” คือ เหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกบังคับให้ทำงาน และเหยื่อจากทั่วโลกที่ถูกหลอกให้สูญเสียเงินและความเชื่อใจผ่านช่องทางออนไลน์
ตั้งแต่ปี 2023 อินเตอร์โพลได้ออก “ประกาศสีส้ม” (Orange Notice) เตือนภัยความรุนแรงของแนวโน้มอาชญากรรมนี้ ที่ลุกลามจากปัญหาระดับภูมิภาคสู่วิกฤติระดับโลก ต่อมาในปี 2024 อินเตอร์โพลและตำรวจนานาชาติได้เปิดปฏิบัติการทลายศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ใน ฟิลิปปินส์ และอีกแห่งใน นามิเบีย ช่วยเหลือเหยื่อจำนวนมาก รวมถึงเยาวชน 88 คนที่ถูกบังคับให้ก่ออาชญากรรมออนไลน์
รายงานยังระบุว่า การใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ดีปเฟก (Deepfake) ทำให้ศูนย์สแกมเมอร์พัฒนาไปอีกขั้น โดยใช้สร้างโฆษณาประกาศรับสมัครงานปลอม ภาพโปรไฟล์ปลอม และขยายรูปแบบการหลอกลวง เช่น การแบล็กเมล์ทางเพศ และการหลอกให้รักผ่านช่องทางออนไลน์
นอกจากนี้ เส้นทางค้ามนุษย์ที่ใช้ลำเลียงเหยื่อไปยังศูนย์สแกมเมอร์ ยังถูกใช้ขนส่งยาเสพติด อาวุธปืน และสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งหลายพื้นที่ในอาเซียนยังเป็นจุดลักลอบค้าสัตว์หายาก เช่น เสือ และนิ่ม สะท้อนการบูรณาการอาชญากรรมหลายรูปแบบในเครือข่ายเดียวกัน
นาย ซิริล กูต์ (Cyril Gout) รักษาการผู้อำนวยการบริหารฝ่ายบริการตำรวจของอินเตอร์โพล ระบุว่า “เครือข่ายศูนย์สแกมเมอร์ขยายไปทั่วโลก และเป็นความท้าทายระดับนานาชาติที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูล และทำงานร่วมกับองค์กรช่วยเหลือเหยื่อและบริษัทเทคโนโลยี เพื่อสกัดและทำลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติที่กำลังแพร่กระจายอย่างรุนแรงในโลกดิจิทัล
ที่มา: INTERPOL