แฉแก๊งมิจฉาชีพกัมพูชา ขังชาวเกาหลีใต้ห่างจากสถานทูตเพียง 3 กม.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาเผย มีบ้านหลังหนึ่งถูกใช้กักขังชาวเกาหลีใต้ที่ถูกหลอกมาทำงานสแกมเมอร์ โดยอยู่ห่างจากสถานทูตเพียง 3 กม. เท่านั้น

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2568 นายเอ ชาวเกาหลีใต้ ที่พำนักอยู่ในกัมพูชามานาน 14 ปี เปิดใจกับสำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้ เกี่ยวกับกรณีมีชาวเกาหลีใต้ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกมาบังคับใช้แรงงานในกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น

นายเอ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ บอกว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2565 เขาได้มีส่วนร่วมในปฏิบัติช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ประมาณ 10 คนที่ติดอยู่ในองค์กรอาชญากรรมของกัมพูชามา

แฉแก๊งมิจฉาชีพกัมพูชา ขังชาวเกาหลีใต้ห่างจากสถานทูตเพียง 3 กม. Yonhap
แฉแก๊งมิจฉาชีพกัมพูชา ขังชาวเกาหลีใต้ห่างจากสถานทูตเพียง 3 กม.

เขาถอนหายใจขณะมองไปยังอะพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ พร้อมกับกล่าวว่า “น่าหงุดหงิดที่ชาวเกาหลีติดอยู่ที่นั่น และเราก็ทำได้แค่เฝ้าดู”

เขาเล่าว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค. เขาได้รับแจ้งจากแหล่งข้อมูลว่า “มีชาวเกาหลีใต้ 8-9 คนถูกจับตัวไว้ในอะพาร์ตเมนต์และบ้าน มีคอมพิวเตอร์ประมาณ 10 เครื่องในสำนักงาน และ 4-5 คนในนั้นถูกทำร้ายทุกวัน"

องค์กรนี้นำโดยบุคคล 4 คน รวมถึง “หัวหน้า” และผู้จัดการระดับกลางชาวจีนและเกาหลีใต้ และเมื่อทางการกัมพูชาเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามเมื่อต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พวกเขาได้แยกตัวออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่อะพาร์ตเมนต์ กลุ่มที่บ้าน และกลุ่มที่แยกย้ายไปหลบซ่อนตัว

นายเอกล่าวว่า “อาคารชุดขนาดใหญ่ที่สื่อรายงานข่าวถูกปิด และสมาชิกได้ข้ามพรมแดนไปแล้ว แต่องค์กรขนาดเล็กจำนวนมากยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในอาคารชุดพักอาศัยหรูหรา รอให้การเฝ้าระวังอ่อนกำลังลง”

มีรายงานว่า ผู้ให้ข้อมูลได้แจ้งที่อยู่และหมายเลขห้องแก่นายเอพร้อมบอกว่า “ผมรู้สึกเสียใจแทนคนหนุ่มสาวที่ร้องไห้ทุกวันขณะที่ถูกทำร้ายร่างกาย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตำรวจเกาหลีใต้จะช่วยเหลือพวกเขา”

เมื่อผู้สื่อข่าวและนายเอเดินทางไปยังอาคารชุดที่ผู้ให้ข้อมูลส่งพิกัดมา พวกเขาพบชายชาวจีน 3 คนที่มีรอยสักกำลังออกกำลังกายอยู่ในสระว่ายน้ำของ Mekong River View ซึ่งเป็นอาคารชุดสูง 54 ชั้นที่สร้างขึ้นในปี 2019 ในเมืองหลวงของกัมพูชา มีห้องพักบางส่วนเป็นคอนโดมิเนียมสำหรับนักท่องเที่ยว ล็อบบี้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแล และไม่อนุญาตให้เข้าออกหากไม่มีคีย์การ์ด

ผู้ให้ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า มีผ้าซักแขวนอยู่บนราวตากผ้าที่ระเบียงห้องพัก ซึ่งบ่งชี้ว่ามีคนอาศัยอยู่ที่นั่นเมื่อไม่นานมานี้

ขณะที่อีกจุดซึ่งเป็นหน้าบ้านพักหรูหราที่เชื่อว่ามีผู้เสียหายชาวเกาหลี 2-3 คนและหัวหน้าของพวกเขาพักอาศัยอยู่ ซึ่งแตกต่างจากบ้านหลังอื่น ๆ มีรถตู้ญี่ปุ่นและรถมินิบัสจากต่างประเทศจอดอยู่ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ห่างจากสถานทูตเกาหลีใต้เพียง 3 กิโลเมตร เป็นบ้านหลังใหญ่และตกแต่งอย่างหรูหราที่สุด

นายเอกล่าวว่า “ดูเหมือนว่ารถเหล่านี้สามารถบรรทุกคนได้ประมาณ 20 คน สันนิษฐานว่ารถขนาดใหญ่เหล่านี้ถูกเตรียมไว้สำหรับการขนส่งผู้คนในกรณีฉุกเฉิน”

หลังจากยืนยันข้อเท็จจริงแล้ว นายเอได้รายงานเรื่องนี้ต่อสถานทูตเกาหลีใต้ประจำกัมพูชาตั้งแต่เช้าวันที่ 22 ต.ค. แต่สถานทูตกลับตอบว่า “เป็นการยากที่จะดำเนินการทันที เพราะยังไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในการรายงาน”

สถานทูตมีจุดยืนว่า ผู้เสียหายต้องรายงานเหตุการณ์โดยตรง โดยแนบข้อมูลต่าง ๆ เช่น สถานที่ ข้อมูลติดต่อ ภาพถ่ายอาคาร และสำเนาหนังสือเดินทางก่อน จึงจะสามารถร้องขอให้ตำรวจท้องถิ่นดำเนินการได้

ท้ายที่สุด นายเอพยายามช่วยเหลือโดยการติดต่อตำรวจทหารในพื้นที่โดยตรง เมื่อนายเอรายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าหน้าที่สถานทูต เจ้าหน้าที่ตอบกลับมาด้วยท่าทีที่ค่อนข้างเฉยเมยว่า “หากสถานทูตสามารถช่วยอะไรได้ โปรดแจ้งให้เราทราบ เราเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณ”

อย่างไรก็ตาม แม้แต่ตำรวจทหารก็ยังปฏิเสธที่จะส่งกำลังพล โดยอ้างว่าไม่สามารถเคลื่อนพลได้ จนกว่ารัฐบาลเกาหลีใต้จะร้องขอ เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารกัมพูชาบางนายยังเรียกร้องเงินชดเชยสำหรับการช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ด้วยซ้ำ ทำให้นายเอรู้สึกหงุดหงิด

นายเอกล่าวว่า “แม้แต่ในระหว่างการตรวจสอบของรัฐ ก็รู้สึกเหมือนเจ้าหน้าที่รัฐบาลกำลัง ‘เล่นคำ’ โดยพูดซ้ำ ๆ ว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดและได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว”

นายเอบอกว่า “หากองค์กรอาชญากรรมหลบซ่อนตัว การจับกุมพวกเขาจะยากขึ้น สิ่งที่เราต้องการคือศักยภาพทางการทูตที่สามารถทำงานร่วมกับตำรวจท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

เรียบเรียงจาก Yonhap

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ