เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSS) เปิดเผยว่า การซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลระหว่างตลาดแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีของเกาหลีใต้และกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา
การพุ่งขึ้นอย่างผิดปกตินี้สร้างความกังวลว่า ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ในเกาหลีใต้อาจถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน หรือโอนเงินผิดกฎหมายไปต่างประเทศให้กับเครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา ซึ่งมีรายงานเหตุอาชญากรรมไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ล่อลวงเหยื่อข้ามชาติเพิ่มขึ้น
สส.อี ยางซู จากพรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับจาก FSS โดยระบุว่า มูลค่าการโอนคริปโทฯ ระหว่างตลาดแลกเปลี่ยนหลักทั้ง 5 แห่งของเกาหลีใต้ ได้แก่ Upbit, Bithumb, Coinone, Korbit และ Gopax กับแพลตฟอร์ม Huione Guarantee ของกัมพูชา ในปี 2024 สูงถึง 12,800 ล้านวอน (ราว 292 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1,400 เท่า จาก 9.22 ล้านวอน (ราว 2 แสนบาท) ในปี 2023
กลุ่มธุรกิจการเงิน Huione Group ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ถูกสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรขึ้นบัญชีดำในข้อหาเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินดิจิทัลที่ได้มาจากการฉ้อโกงและการขโมยทรัพย์สิน โดยเชื่อว่า Huione Guarantee ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลของกลุ่มบริษัทนี้ เป็นช่องทางหลักในการโอนเงินที่มีความเสี่ยงสูง
เมื่อแยกตามตลาด พบว่าการทำธุรกรรมระหว่าง Bithumb กับ Huione Guarantee พุ่งขึ้นจาก 9.22 ล้านวอนในปี 2023 เป็น 12,400 ล้านวอนในปีต่อมา ขณะที่ Upbit ซึ่งไม่เคยมีธุรกรรมลักษณะนี้ในปี 2023 กลับมีปริมาณเข้าออกถึง 366.9 ล้านวอนกับบริษัทกัมพูชาในปี 2024
การโอนคริปโทฯ จำนวนมากระหว่างตลาดภายในประเทศและ Huione Guarantee ยังคงดำเนินต่อเนื่องในปีนี้ โดยระหว่างเดือนมกราคมถึงวันที่ 20 ตุลาคม มีมูลค่าการโอนรวมอยู่ที่ 3,150 ล้านวอน แม้จะลดลงจากปีที่แล้ว แต่ก็ยังสูงกว่าระดับปี 2023 อย่างมาก
การโอนคริปโทฯ ระหว่างตลาดเกาหลีและกัมพูชานั้นส่วนใหญ่จะทำในรูปของเหรียญ Tether ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1 ต่อ 1 และนิยมใช้เป็นช่องทางโอนเงินข้ามพรมแดนอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความเสถียรและความสะดวกในการแปลงเป็นเงินสด
ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ของเกาหลีใต้ก็ได้ระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดกับแพลตฟอร์มในกัมพูชาแล้ว