ยอดผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี (Kalmaegi) ในพื้นที่ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นเป็น 114 คนแล้ว และประชาชนเกือบ 8 แสนคน ต้องอพยพออกจากเส้นทางของพายุ
พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชน พัดพารถยนต์หรือแม้แต่ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ลอยไปตามกระแสน้ำ
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า พายุมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ อุณหภูมิของมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นช่วยให้ไต้ฝุ่นทวีความรุนแรงได้เร็วขึ้น และบรรยากาศที่อบอุ่นกว่าก็สามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ทำให้ฝนตกหนักกว่าเดิม
ฟิลิปปินส์ต้องเผชิญกับพายุและไต้ฝุ่นเฉลี่ย 20 ลูกต่อปี ซึ่งคัลแมกีถือเป็นพายุลูกที่ 20 ของปีนี้แล้ว แต่ยังคาดว่าจะมีอายุอีกอย่างน้อย 3–5 ลูกพัดถล่ม ก่อนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.
ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีของเวียดนาม ออกคำสั่งห้ามเรือทุกลำออกสู่ทะเล หลังพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ เตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นคัลแมกีที่คาดว่าจะเริ่มพัดขึ้นฝั่งในระหว่างเวลา 19 นาฬิกาของวันที่ 6 พ.ย. ถึงราว 04 นาฬิกาของเช้าวันที่ 7 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้เร่งอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนให้แล้วเสร็จก่อนค่ำวันนี้