เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ฉี หง ตัด รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาชาติและรองประธานธนาคารกลางของสิงคโปร์ (MAS) เปิดเผยต่อรัฐสภาว่า ได้เพิกถอนสิทธิประโยชน์ทางภาษีของสำนักงานบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Single Family Office) จำนวน 2 แห่ง หลังพบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มปรินซ์กรุ๊ป (Prince Holding Group) ในกัมพูชา และ “เฉิน จื้อ” ผู้ก่อตั้ง แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน
นี่คือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลสิงคโปร์ในการปราบปรามเครือข่ายขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ หลังอายัดทรัพย์สินและออกคำสั่งห้ามจำหน่ายหรือโอนกรรมสิทธิ์ต่อทรัพย์สิน 6 รายการ มูลค่ากว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์หรือกว่า 3,700 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับปรินซ์กรุ๊ปและ เฉิน จื้อ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 34 คน ซึ่งเป็นพลเรือนสิงคโปร์ 27 คนและมาเลเซีย 7 คนที่เชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ดังกล่าว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เฉิน จื้อ ได้จดทะเบียนตั้งสำนักงานบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Single Family Office) ชื่อ “DW Capital Holdings” ในสิงคโปร์เมื่อปี 2018 โดยอ้างว่าเพื่อใช้ในการบริหารทรัพย์สินมูลค่ามากกว่า 60 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 1,493 ล้านบาท
เฉิน จื้อ วัย 38 ปี ถูกสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร คว่ำบาตรฐานพัวพันกับเครือข่ายที่ใช้สกุลเงินดิจิทัลฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งได้มาจากการหลอกลวงการลงทุนออนไลน์ ผ่านศูนย์สแกมเมอร์ที่ใช้แรงงานบังคับในกัมพูชา โดยมีชาวสิงคโปร์ 3 คน และนิติบุคคลที่จดทะเบียนในสิงคโปร์อีก 17 แห่ง ถูกสั่งคว่ำบาตรจากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมนี้
ฉี หง ตัด ให้ข้อมูลว่า บุคคลหรือองค์กรผู้สมัครขอจัดตั้งสำนักงานบริหารสินทรัพย์ครอบครัวของสิงคโปร์ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะต้องผ่านการตรวจสอบกับฐานข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจได้ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ สำนักงานฯ ต้องเปิดบัญชีกับธนาคารที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางของสิงคโปร์ และต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบสถานะทางการเงิน รวมถึง การติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วย โดย ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีสำนักงานฯ ไม่ถึง 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฟอกเงิน