กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเวียดนามระบุว่า พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ได้พัดขึ้นฝั่งที่จังหวัดซาลาย (Gia Lai) เมื่อช่วงค่ำวันที่ (6 พ.ย. ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลาง 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเวียดนามรายงานว่า พายุได้ทำให้เกิดขึ้นสูงถึง 10 เมตร ขณะพัดเข้าชายฝั่งภาคกลาง
พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีถือเป็นพายุลูกที่ 13 ที่พัดถล่มเวียดนามในปีนี้ และเป็นหนึ่งในพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงที่สุดของโลกในปีนี้
รัฐบาลเวียดนามได้สั่งปิดสนามบิน 6 แห่ง ส่งผลให้เที่ยวบินต้องยกเลิกหลายร้อยเที่ยว ขณะที่ประชาชนมากกว่า 260,000 คน ในจังหวัดซาลาย ได้รับคำสั่งให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังระดมทหารกว่า 268,000 นาย เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจค้นหาและกู้ภัย พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำและผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะในที่ราบสูงตอนกลางซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟหลักของประเทศ
ทั้งนี้ เวียดนามยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากน้ำท่วมรุนแรงเมื่อปลายเดือนตุลาคม ที่กระทบต่อครัวเรือนหลายพันหลัง และทำให้มีผู้เสียชีวิต 47 ราย
ก่อนขึ้นฝั่งที่เวียดนาม พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีได้สร้างความเสียหายรุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนไม่ต่ำกว่า 142 รายในฟิลิปปินส์
ภาพความเสียหายเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในจังหวัดเซบู ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด หลังน้ำท่วมลดระดับลง โดยบ้านเรือนราบเป็นหน้ากลอง รถยนต์พลิกคว่ำ และถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง
รายงานล่าสุดระบุว่า ยังมีผู้สูญหาย 127 คน ขณะที่การส่งความช่วยเหลือหรือค้นหาผู้เสียชีวิตทำได้ยาก เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้น
ประชาชนกว่า 200,000 คน เริ่มทยอยกลับเข้าบ้านเรือนหลังอพยพ และทำความสะอาดครั้งใหญ่
เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยระบุว่าการประกาศดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลเข้าถึงกองทุนฉุกเฉินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และป้องกันการกักตุนหรือการขึ้นราคาสินค้าเกินควร
นอกจากนี้ มาร์กอสยังเตือนถึงพายุลูกใหม่ที่กำลังเข้าใกล้ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ซึ่งมีชื่อว่า “ฟงวอง” โดยกล่าวว่าพายุลูกนี้อาจมีความรุนแรงยิ่งกว่าคัลแมกี
สำนักอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ (PAGASA) ระบุว่า พายุโซนร้อนฟงวองอาจทวีกำลังเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นภายในวันเสาร์ที่ 8 พ.ย. โดยคาดว่าจะเข้าสู่เขตความรับผิดชอบของฟิลิปปินส์ช่วงคืนวันศุกร์หรือเช้าวันเสาร์ โดยมีโอกาสสูงขึ้นที่จะขึ้นฝั่งบริเวณเกาะลูซอนตอนเหนือหรือตอนกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงมะนิลา เมืองหลวง