ผลกระทบจากภาวะชัตดาวน์ที่ยืดเยื้อในสหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินขาดแคลน จนทางการต้องปรับลดเที่ยวบินต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เฉพาะวันเสาร์วันเดียว มีเที่ยวบินถูกยกเลิกมากกว่า 1,400 เที่ยว
ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน ไฟลต์อะแวร์ (FlightAware) ชี้ว่า มีเที่ยวบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ถูกยกเลิกมากกว่า 1,400 เที่ยว และมีเที่ยวบินอีกเกือบ 6,000 เที่ยวล่าช้า แต่น้อยลงกว่าตัวเลขเมื่อวันศุกร์ ซึ่งอยู่ที่ 7,000 เที่ยว
ในบรรดาสนามบินที่ถูกยกเลิกเที่ยวบินมากที่สุด คือ ท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ล็อตต์ ดักลาส ,ท่าอากาศยานนานาชาตินูอาร์ก ลิเบอร์ตี้ และท่าอากาศยานนานาชาติชิคาโก โอแฮร์ โดยเฉพาะท่าอากาศยานนานาชาตินูอาร์ก ลิเบอร์ตี้ มีรายงานเที่ยวบินขาเข้า ล่าช้านานถึง 4 ชั่วโมง และเที่ยวบินขาออก ล่าช้าเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
องค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะทยอยปรับลดเที่ยวบินให้ได้ราวๆ 10% ตามสนามบินหลัก 40 แห่งทั่วประเทศ เนื่องจากเจ้าหน้าที่หอควบคุมการบิน ต้องทำงานลากยาว โดยไม่ได้รับค่าจ้าง ในช่วงชัตดาวน์
ขณะที่พรรครีพับลิกัน และเดโมแครต ยังคงไม่ได้ข้อสรุปเรื่องร่างงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยยุติภาวะชัตดาวน์ ที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 และขณะนี้ทุบสถิติเป็นชัตดาวน์ที่ลากยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศแล้ว ล่าสุด สายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะผู้บริหารในวอชิงตันดีซี เร่งบรรลุข้อตกลงเพื่อปลดล็อกสภาวะที่เป็นอยู่