พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.58 น. ของวันที่ 13 พ.ย. 68 คณะทำงานประสานงานทีมสังเกตการณ์ กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้อำนวยความสะดวกให้ทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เดินทางไปยังโรงพยาบาลกัมพูชา-ญี่ปุ่น-มงคลบอเรย์ เพื่อเยี่ยมและตรวจร่างกายพลเรือนชาวกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการปะทะในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว-เปรยจัน
กัมพูชาระบุว่า ผู้บาดเจ็บเหล่านี้เกิดการใช้ความรุนแรงโดยไม่ได้รับการยั่วยุของกองกำลังไทย ณ หมู่บ้านเปรยจัน ตำบลโอเบยจัน อำเภอโอ-จเริว จังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา
กระทรวงกลาโหมกัมพูชาบอกว่า โปรดระลึกไว้ว่า กองทัพไทยได้เริ่มการโจมตีพลเรือนชาวกัมพูชา 2 รอบ คือ รอบแรกเวลา 15.50 น. และรอบที่สองเวลา 17.54 น. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
จากนั้นในเวลา 10:20 น. คณะทำงานประสานงานคณะผู้สังเกตการณ์ กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้อำนวยความสะดวกแก่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในการสังเกตการณ์ ตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดการปะทะ
กัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยยุติกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคโดยทันที ขณะเดียวกัน ขอเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง ปฏิญญาร่วม และพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วยความจริงใจ ด้วยความสุจริตใจ และความปรารถนาดี
กัมพูชายังเรียกร้องให้มีการสอบสวนคดีนี้โดยอิสระ และขอเรียกร้องให้ภาคีระหว่างประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเปิดเผยความจริงและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่เหยื่อจากการยิงพลเรือนชาวกัมพูชาผู้บริสุทธิ์โดยกองทัพไทย
กระทรวงกลาโหมกัมพูชาย้ำว่า แทนที่จะใช้การรุกรานหรือใช้กำลัง กัมพูชายึดมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ เพื่อหาทางออกที่ยุติธรรม เป็นธรรม ยั่งยืน และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ