เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 68 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นล่าสุด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐบาลไทยประกาศระงับการบังคับใช้ปฏิญญาร่วมที่ลงนามในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา และเรียกร้องให้กัมพูชาขอโทษ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาการวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งกัมพูชาปฏิเสธ
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวถ้อยคำที่ชัดเจนและหนักแน่นระหว่างการสนทนาว่า เขาต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว
ทรัมป์ย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า ต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัมพูชาและไทย และให้คำมั่นกับผู้นำกัมพูชาว่า สหรัฐฯ จะยังคงติดตามสถานการณ์ “ด้วยความระมัดระวัง” เพื่อให้มั่นใจว่าการหยุดยิงจะคงอยู่ และจะไม่เกิดความรุนแรงใหม่ขึ้นตามแนวชายแดน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาคิดว่าไทยและกัมพูชา “จะไม่มีปัญหาอะไร” หลังจากได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำของทั้งสองประเทศ
“ผมได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ และพวกเขาก็ทำได้ดีมาก ผมคิดว่าพวกเขาจะไม่มีปัญหาอะไร” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ด้าน ฮุน มาเนต โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับทรัมป์เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฮุน มาเนต ระบุว่า “ในฐานะตัวแทนประชาชนชาวกัมพูชา ผมขอขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์สำหรับความริเริ่มและการประสานงานในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์”
เขาเสริมว่า “ผมยังย้ำจุดยืนที่มั่นคงของกัมพูชาที่จะปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของปฏิญญาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมมือกันตามหลักการและกลไกทวิภาคีที่ได้ตกลงกันไว้ รวมถึง การกำจัดทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน”
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ทรัมป์ย้ำจุดยืนว่าต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างไทย - กัมพูชาและจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการปะทะทางทหารเกิดขึ้นอีก ก่อนทิ้งท้ายว่า กัมพูชายังยืนหยัดในจุดยืนที่ว่า การแก้ไขปัญหาชายแดนควรทำโดยสันติ ตามหลักการและกลไกที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่าง 2 ประเทศ