วันที่ 19 พ.ย. ทางการจังหวัดโออิตะของประเทศญี่ปุ่น ประกาศว่า ยังไม่สามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ได้ แม้ผ่านมานานหลายสิบชั่วโมงแล้ว
เมื่อวันที่ 18 พ.ย. เวลา 17.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น (15.40 น. ตามเวลาประเทศไทย) เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ในย่านซางาโนเซกิ เมืองโออิตะ จังหวัดโออิตะ ทางตอนใต้ของประเทศ โดยได้ลุกลามไปยังอาคารมากกว่า 170 หลัง รวมถึงบ้านเรือนประชาชน รถดับเพลิงและเฮลิคอปเตอร์ป้องกันภัยพิบัติกว่า 50 คัน/ลำจากจังหวัดโออิตะและคุมาโมโตะถูกส่งไปดับไฟ
แต่จนถึงเวลา 11.00 น. ของวันที่ 19 พ.ย. (09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งเป็นเวลากว่า 17 ชั่วโมงหลังจากเพลิงไหม้ ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าสามารถควบคุมเพลิงได้
ทางการจังหวัดโออิตะได้ตัดสินใจบังคับใช้พระราชบัญญัติบรรเทาสาธารณภัยในเมือง และขอให้ส่งกองกำลังป้องกันตนเองเข้ามาช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้จัดตั้งสำนักงานประสานงานข้อมูล ณ ศูนย์บริหารจัดการวิกฤตการณ์ ในสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ซานาเอะ ระบุว่า “รัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่”
จากข้อมูลของสำนักงานจัดการภัยพิบัติเมืองโออิตะ พบว่า พื้นที่ที่ถูกไฟไหม้มีประมาณ 48,900 ตารางเมตร เพลิงไหม้ได้ลุกลามไปยังพื้นที่ป่าโดยรอบประมาณ 10 แห่ง และลามไปยังเกาะสึตาชิมะ ซึ่งเป็นเกาะร้างที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 1.4 กิโลเมตร
หน่วยงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีชายวัย 76 ปีรายหนึ่งที่ยังไม่ทราบสถานะ
ข้อมูลของหอสังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยาภูมิภาคโออิตะและแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ระบุว่า มีลมพัดแรงประมาณ 5-6 เมตรต่อวินาทีในเมืองโออิตะตั้งแต่เย็นวันที่ 18 พ.ย. ถึงเช้าวันที่ 19 พ.ย. และมีการประกาศเตือนภัยลมแรงสำหรับช่องแคบบุงโกะ ซึ่งหันหน้าไปทางซากาโนเซกิ จนถึงช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 19 พ.ย.
เหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นในพื้นที่ประมงซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองโออิตะไปทางตะวันออกประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมืองอย่างปลาเซกิอาจิและปลาเซกิซาบะ
เรียบเรียงจาก Yomiuri