จากกรณีกัมพูชาเปิดฉากยิงทหารไทยบริเวณช่องอานม้าตั้งแต่ช่วงเช้ามืด วันที่ 8 ธ.ค. 68 ล่าสุด พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์กล่าวหาว่า “ไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน”
พลโทมาลีระบุว่า เวลาประมาณ 05.04 น. กองทัพไทยได้เปิดฉากยิงใส่กองกำลังกัมพูชาในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดพระวิหาร จากนั้นจึงยิงปืนครกหลายนัดไปยังปราสาทตาเมือนธม และยิงไปยังพื้นที่ปราสาทพระวิหาร
พลโทมาลีบอกว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพไทยได้ดำเนินการยั่วยุหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. โดยมีเจตนาที่จะยุยงให้เกิดการปะทะกัน
โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชากล่าวว่า ด้วยเจตนารมณ์ที่จะเคารพข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ทั้งหมดและแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ในเหตุการณ์ที่สอง กองกำลังกัมพูชาไม่ได้ยิงตอบโต้ และยังคงติดตามสถานการณ์นี้ด้วยความรอบคอบและระมัดระวังอย่างที่สุด
ขณะเดียวกัน กัมพูชาได้แจ้งเหตุการณ์นี้ต่อทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เป็นครั้งที่สองแล้ว และมีแผนที่จะขอให้ AOT ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการสืบสวนเพื่อค้นหาความจริงและรับรองความโปร่งใส ความยุติธรรม และความเป็นธรรม
กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอแสดงความประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและโหดร้ายนี้ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อฝ่ายไทยละเมิด “ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพกัมพูชา-ไทย” ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ซึ่งลงนามโดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและไทย โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน เป็นพยาน
ในเรื่องนี้ กัมพูชาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามอย่างรุนแรงต่อการละเมิดแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพกัมพูชา-ไทย และการกระทำที่ผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่าของไทย พร้อมเรียกร้องให้ไทยต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการละเมิดอย่างโจ่งแจ้งนี้
กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการสู้รบทั้งหมดที่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคโดยทันที ขณะเดียวกัน กัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพ และพันธกรณีทั้งหมดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ซื่อสัตย์ และจริงใจ
กัมพูชามุ่งมั่นที่จะเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย และข้อตกลงทั้งหมดที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุในอดีต ด้วยความสุจริตใจและความรับผิดชอบอย่างสูงสุด
กัมพูชายึดมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ และต่อต้านการข่มขู่หรือการใช้กำลัง โดยมุ่งหวังที่จะหาทางออกที่ยุติธรรม ยั่งยืน และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ