Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

“มาลี” อ้างชาวกัมพูชาดับ 7 เจ็บ 20 กล่าวหาไทยรุกรานอธิปไตย-ใช้แก๊สพิษ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาแถลงข่าวอ้างว่า ขณะนี้มีพลเรือนกัมพูชาเสียชีวิตแล้ว 7 ราย พร้อมกล่าวหาไทยรุกรานอธิปไตยและใช้แก๊สพิษ

วันที่ 9 ธ.ค. 68 เวลา 11.00 น. พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงข่าวว่า ฝ่ายไทยได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 โดยได้ดำเนินการรุกรานอธิปไตยเหนือดินแดนของกัมพูชาอีกครั้งด้วยการใช้กำลังทหาร

กองทัพกัมพูชายังคงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และดำเนินการตามมติของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างแน่วแน่

“มาลี” อ้างชาวกัมพูชาดับ 7 เจ็บ 20 กล่าวหาไทยรุกรานอธิปไตย-ใช้แก๊สพิษ FB/ក្រសួងការពារជាតិ
“มาลี” อ้างชาวกัมพูชาดับ 7 เจ็บ 20 กล่าวหาไทยรุกรานอธิปไตย-ใช้แก๊สพิษ

ขณะเดียวกันก็ยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างสองประเทศอย่างเคร่งครัด

เนื่องจากการกระทำก้าวร้าวของกองกำลังทหารไทย ซึ่งได้เริ่มการยิงและการรุกล้ำอธิปไตยอันชอบธรรมของกัมพูชา กองทัพกัมพูชาจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองภายในดินแดนอธิปไตยของตน และปกป้องมาตุภูมิจากการรุกรานที่ผิดกฎหมายของกองกำลังทหารไทย ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

ในเรื่องนี้ กองทัพกัมพูชายังคงแน่วแน่ในพันธสัญญาที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนจากการกระทำรุกรานอันป่าเถื่อนและโหดร้ายของไทย

การกระทำอันโหดร้ายและผิดกฎหมายของฝ่ายไทยยังถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นสักขีพยาน,  ปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ภายใต้ความพยายามอย่างจริงจังของประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม รวมถึงข้อตกลงทวิภาคีก่อนหน้านี้ที่ได้บรรลุผลในการประชุมวิสามัญและการประชุมพิเศษของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) และคณะกรรมการชายแดนภูมิภาคกัมพูชา-ไทย (RBC)

ตั้งแต่เวลา 20.39 น. ของวันที่ 8 ธ.ค. 68 จนถึงเวลา 8.00 น. ของวันที่ 9 ธ.ค. 68 กองกำลังทหารไทยได้ปฏิบัติการยิงปืนใหญ่อย่างหนักในเขตทหารที่ 5 ในหมู่บ้านโจกเจยและเปรยจัน พวกเขายังได้ส่งโดรนลาดตระเวนทางอากาศในพื้นที่บึงตระกูล และขยายขอบเขตการปฏิบัติการไปยังอำเภอบึงปริง อำเภอทมอปึก และอำเภอกอมเรียง ในจังหวัดพระตะบอง โดยใช้อาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างหลากหลายชนิด รวมถึงแก๊สพิษ

การยิงถล่มของกองกำลังทหารไทย ซึ่งมีเป้าหมายที่อำเภอทมอปึก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 2 ราย ซึ่งกำลังหลบหนีการยิงถล่มของกองทัพไทยบนถนนสาย 56

ต่อมา ตั้งแต่เวลา 04.58 น. ถึง 05.25 น. กองทัพไทยได้ส่งโดรนขนาดใหญ่ลาดตระเวนทางอากาศ โดรนทิ้งระเบิด และพ่นแก๊สพิษเหนือพื้นที่พนมตรังโกล ตั้งแต่เวลา 05:30 น. ถึง 06:10 น. กองกำลังไทยเริ่มยิงถล่มโดยใช้กระสุนปืนขนาด 105 มม. ที่พื้นที่โอโฟลกโดมเรย ณ เวลา 8.00 น. การโจมตีของกองทัพไทยในภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป

ส่วนในพื้นที่เขตทหารที่ 4 ตั้งแต่เวลา 04.45 น. จนถึงเวลา 08.00 น. ของวันที่ 9 ธ.ค. 68 กองกำลังทหารไทยได้เปิดฉากโจมตีในพื้นที่พนมขโมช และยังคงขยายขอบเขตการโจมตีไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาควาย, ปราสาทพระวิหาร, ปราสาทคนา, ช่องอานม้า ฯลฯ โดยใช้อาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างหลากหลายประเภท ได้แก่ รถถัง ปืนใหญ่หนัก ทหารราบ และการยิงแก๊สพิษในพื้นที่ต่าง ๆ

จากข้อมูลเบื้องต้นของทางการจังหวัด ระบุว่า การยิงถล่มพลเรือนของกองทัพไทยระหว่างวันที่ 8-9 ธ.ค. 68 ส่งผลให้พลเรือนชาวกัมพูชาผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตแล้ว 7 ราย และบาดเจ็บสาหัส 20 ราย

กระทรวงกลาโหมและกองทัพกัมพูชายังคงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และดำเนินการตามมติของรัฐบาลในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวกัมพูชา

ในเรื่องนี้ กัมพูชาเรียกร้องให้ประเทศไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนเป็นสักขีพยาน

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ