จากกรณีวันที่ 9 ธ.ค. 68 กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า กัมพูชาใช้อาวุธหนัก BM-21 และปืนใหญ่ยิงเข้ามายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ “ปราสาทตาควาย” เป็นฐาน ชี้ว่าเป็นการละเมิดอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีพิพาททางอาวุธ ค.ศ. 1954 (Hague Convention 1954) ทำให้ไทยต้องยิงฐานปฏิบัติการทางทหารกัมพูชาที่อยู่บริเวณปราสาทตาควาย
ล่าสุด เวลา 15.10 น. กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะกัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามทหารไทยทำลายปราสาทตาควาย
“กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะกัมพูชาขอประณามการโจมตีทำลายล้างของกองทัพไทยต่อปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางวัฒนธรรมของกัมพูชา การกระทำอันน่าตำหนินี้สะท้อนถึงความเสื่อมทรามอย่างร้ายแรง และแสดงให้เห็นถึงการละเลยอย่างโจ่งแจ้งต่อวัฒนธรรม อารยธรรม และมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกร่วมของมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษชาวเขมรได้สร้างและอนุรักษ์ไว้” แถลงการณ์ระบุ
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะกัมพูชาเรียกร้องให้หน่วยงานระดับชาติและนานาชาติทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การยูเนสโก ประชาคมอาเซียน สถาบัน องค์กร สมาคม และบุคคลทุกคนที่อุทิศตนเพื่อการอนุรักษ์มรดกของมนุษยชาติ ประณามการกระทำเหล่านี้อย่างเด็ดขาด และเรียกร้องให้กองทัพไทยยุติการทำลายล้างทั้งหมดโดยทันที
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะกัมพูชาบอกว่า การแทรกแซงทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน เนื่องจากกองทัพไทยยังคงโจมตีอย่างไม่เลือกหน้าในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่พลเรือนและแหล่งมรดก
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะกัมพูชายังอ้างว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68 ปราสาทพระวิหารก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน ส่งผลให้สิ่งปลูกสร้างอนุรักษ์ภายใต้โครงการอนุรักษ์ร่วมกัมพูชา-อินเดีย รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ของปราสาทถูกทำลายจนหมดสิ้น
กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมกล่าวว่า จะใช้กลไกที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยต้องรับผิดชอบตามกฎหมายระหว่างประเทศที่บังคับใช้สำหรับการกระทำที่ผิดศีลธรรมเหล่านี้ และเพื่อให้แน่ใจว่าการกระทำทำลายล้างเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้อย่างถูกต้องในบันทึกประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะกัมพูชายังได้ทำหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย รวมถึงสถานทูตสหรัฐอเมริกา และสถานทูตมาเลเซีย เพื่อแจ้งข้อมูลและกระตุ้นให้ประเทศไทยยุติการทำลายทรัพย์สินของมนุษยชาติ