สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) เปิดเผยว่า “Meta” บริษัทแม่ของ Facebook Instagram และ WhatsApp ตั้งใจยอมรับรายได้จำนวนมหาศาลจากโฆษณาของจีน แม้ Meta รู้ทั้งรู้ว่าโฆษณาจำนวนมหาศาลเหล่านี้เป็นมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผู้ได้รับผลกระทบทั่วโลก
เมื่อตรวจสอบเอกสารภายในของ Meta รอยเตอร์สพบว่า Meta ประเมินว่าในปี 2024 รายได้จากโฆษณาในจีนสูงกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 5.6 แสนล้านบาท มากกว่าหนึ่งในสิบของรายได้รวมทั่วโลกของบริษัท
แต่ประมาณ 19% ของรายได้ดังกล่าว หรือมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 9.4 หมื่นล้านบาท) มาจากโฆษณาที่เข้าข่ายสแกม การพนันผิดกฎหมาย สื่อลามก และสินค้าหรือบริการผิดกฎหมายเพียบ
จีนแบน Meta แต่เปิดช่องทางให้ Meta ทำเงิน?!
แม้รัฐบาลจีนจะสั่งห้ามประชาชนในประเทศใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta มาตั้งแต่ปี 2009 แต่กลับเปิดทางให้บริษัทจีนสามารถซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในต่างประเทศได้ ทำให้ธุรกิจโฆษณาของ Meta ในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็กลายเป็นแหล่งกำเนิดการฉ้อโกงข้ามชาติขนาดใหญ่
เอกสารภายในระบุว่า Meta เชื่อว่าประมาณหนึ่งในสี่ของโฆษณาสแกมและโฆษณาสินค้าต้องห้ามทั้งหมดบนแพลตฟอร์มของบริษัททั่วโลก มีต้นทางมาจากจีน เหยื่อมีตั้งแต่ผู้บริโภคในไต้หวันที่ซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอม ไปจนถึงนักลงทุนในสหรัฐฯ และแคนาดาที่สูญเงินออมจากกลโกงหลอกลงทุน
ในเดือนเมษายน 2024 พนักงาน Meta เตือนผู้บริหารในเอกสารนำเสนอภายในว่า จำเป็นต้องลงทุนอย่างจริงจังเพื่อหยุดยั้งอันตรายที่เพิ่มขึ้น จากนั้น Meta ได้ตั้งทีมพิเศษเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงจากจีน โดยใช้มาตรการบังคับใช้ที่เข้มข้นขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากโฆษณาเจ้าปัญหาลดลงจาก 19% เหลือ 9% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024
“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ผู้เปิดประตูต้อนรับจีนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่า หลังจากที่ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta เข้ามามีบทบาทในการปรับกลยุทธ์ด้านความซื่อสัตย์ (Integrity Strategy Pivot) ทีมพิเศษดังกล่าวที่มุ่งเป้าไปยังประเทศจีนถูกสั่งให้หยุดการทำงาน และถูกยุบในเวลาต่อมา
Meta ยังยกเลิกการระงับการอนุมัติเอเจนซีโฆษณาจีนรายใหม่ และชลอมาตรการต่อต้านสแกมบางส่วน แม้การทดสอบภายในจะชี้ว่ามาตรการเหล่านั้นได้ผลก็ตาม
ผลที่ตามมาคือ ภายในไม่กี่เดือน โฆษณาผิดกฎหมายจากจีนหลั่งไหลกลับสู่ Facebook และ Instagram อีกครั้ง โดยกลางปี 2025 สัดส่วนโฆษณาดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นราว 16% ของรายได้จากจีน
อดีตผู้บริหาร Facebook อย่าง ร็อบ ลีเธิร์น ระบุว่า ระดับโฆษณาของมิจฉาชีพที่ปรากฏในเอกสาร ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่อาจปกป้องได้เลย
Meta แจง บล็อก-ถอดโฆษณาจีนไปแล้ว 46 ล้านรายการ
ทั้งนี้ Meta ชี้แจงต่อ Reuters ว่า ทีมเฉพาะกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเป็นการทำงานชั่วคราว และซักเคอร์เบิร์กไม่ได้สั่งยุบทีมโดยตรง พร้อมย้ำว่าบริษัทกำลังเพิ่มความพยายามปราบสแกมทั่วโลก รวมถึงในจีน โดยอ้างว่าในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ระบบอัตโนมัติของ Meta ได้บล็อกหรือถอดโฆษณาจากพันธมิตรจีนไปแล้วถึง 46 ล้านรายการ
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของ Meta ไม่ได้ตอบคำถามสำคัญหลายประเด็นเกี่ยวกับเอกสารภายในและการตัดสินใจเชิงธุรกิจที่ถูกเปิดโปง
รายงานนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Meta ถูกจับตาอย่างหนัก หลัง Reuters รายงานก่อนหน้านี้ว่า บริษัทมีรายได้ถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีจากโฆษณาสแกมที่จัดอยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงสูง” และคาดว่า 10% ของรายได้ปี 2024 มาจากโฆษณาผิดกฎหมาย ส่งผลให้สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ เรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลลุยตรวจสอบ
เอกสารภายในยังระบุว่า Meta มองจีนเป็นประเทศส่งออกสแกมอันดับหนึ่ง และเป็นแหล่งหลักของการฉ้อโกงบนแพลตฟอร์ม โดยถึงขั้นพบว่าช่วงวันหยุดโกลเดนวีกของจีน อัตราการสแกมทั่วโลกลดลง เนื่องจากผู้กระทำผิดหยุดกิจกรรม
Meta เอื้อทุจริตเชิงระบบในตลาดโฆษณาจีน
รายงานจาก Propellerfish บริษัทที่ปรึกษาในลอนดอนซึ่ง Meta ว่าจ้าง ยังเตือนว่าพฤติกรรมและนโยบายของ Meta มีส่วนเอื้อให้เกิดการทุจริตเชิงระบบในตลาดโฆษณาจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนไม่แทรกแซงเมื่อการละเมิดมุ่งเป้าไปยังผู้ใช้ในต่างประเทศ ทำให้ผู้ลงโฆษณาแทบไม่เผชิญความเสี่ยง
โครงสร้างการขายโฆษณาของ Meta ในจีนอาศัยเอเจนซีรายใหญ่ 11 แห่งเป็นตัวแทนชั้นบน ซึ่งได้รับค่าคอมมิชชันราว 10% และสิทธิพิเศษ เช่น การไม่ลบโฆษณาทันทีเมื่อถูกระบบอัตโนมัติแจ้งเตือน ส่งผลให้โฆษณาสแกมยังคงแสดงผลได้นานพอสำหรับมิจฉาชีพจะบรรลุเป้าหมาย
เอกสารภายในยังระบุว่า Meta ตระหนักถึงความเสียหาย แต่เลือกยอมรับระดับการประพฤติมิชอบที่สูงกว่าปกติ จากผู้ลงโฆษณาจีนอย่างถาวร โดยมุ่งเพียงรักษาสัดส่วนความเสียหายโดยรวม ไม่ใช่ทำให้เทียบเท่าประเทศอื่น เนื่องจากผลกระทบต่อรายได้สูงเกินไป
กรณีตัวอย่างคือ บริษัท Beijing Tengze Technology ซึ่งถูกพบว่าโฆษณากว่าครึ่งละเมิดกฎ แต่ Meta เพียงเพิ่มค่าใช้จ่ายสำหรับลงโฆษณาแทนการตัดสัมพันธ์ ก่อนที่บริษัทจะปิดกิจการและหายไปในเวลาต่อมา
“ผลกระทบต่อรายได้สูงเกินไป” เหตุไม่ปิดบัญชีโฆษณาผิดกฎหมาย
แม้ Meta จะปรับลดค่าคอมมิชชันเอเจนซีที่มีโฆษณาละเมิดจำนวนมาก แต่เอกสารล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่า เพียงเดือนเดียว มีบัญชีโฆษณากว่า 800 บัญชี สร้างรายได้จากโฆษณาผิดกฎหมายถึง 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกว่า 75% มาจากบัญชีที่ได้รับการคุ้มครองในฐานะพันธมิตร
เมื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเสนอปิดบัญชีเหล่านี้ คำตอบจากภายในคือ ไม่สามารถลงโทษอย่างหนักได้ เพราะ ผลกระทบต่อรายได้สูงเกินไป และแม้จะปิดบัญชีบางส่วน รายได้ก็น่าจะกลับมาอีกในไม่ช้า
ที่มา: Reuters