กระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ระบุในแถลงการณ์วันที่ 20 ธ.ค. 2568 ว่า นายเติ้ง ซีจวิน ทูตพิเศษด้านกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ได้เดินทางเยือนกรุงพนมเปญ เมื่อวานนี้ (19 ธ.ค. 2568) เพื่อหารือเกี่ยวกับความพยายาม ในการลดความตึงเครียดและยุติความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา
โดยนายเติ้งได้เข้าพบ นาย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ในช่วงเช้า ก่อนจะหารือกับนายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศ พลเอกเตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีกลาโหมและพลเอกเมา โสพัน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการกองทัพบก
ระหว่างหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องมีการหยุดยิงโดยทันที และได้เน้นย้ำว่าการเจรจาด้วยสันติวิธี ยังคงเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ไขความขัดแย้งได้
ทั้งนี้ นายฮุน มาเนต ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพและการปฏิบัติตามกรอบความร่วมมือทวิภาคีและกลไกต่าง ๆ ที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ ซึ่งยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้ง และนำไปสู่การหาทางออกที่ยุติธรรม ยั่งยืน มีเสถียรภาพ สันติ และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
ฮุน มาเนต ยังแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประเทศจีน โดยเฉพาะต่อประธานาธิบดี สี จิ้นผิง สำหรับบทบาทความเป็นผู้นำและความพยายามส่วนตัว ในการฟื้นฟูสันติภาพระหว่างสองประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
การเยือนของเติ้ง ซีจวิน มีขึ้นในช่วงที่สหรัฐอเมริกาและจีนกลับมาเร่งความพยายามอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ก่อนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันจันทร์ที่ 22 ธ.ค. 2568 นี้
ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลวอชิงตัน ตั้งความหวังว่าจะสามารถนำประเทศไทยและกัมพูชา กลับสู่การปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพที่ไกล่เกลี่ย โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ มีความหวังว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ภายในวันที่ 22 – 23 ธ.ค. 2568 นี้
ถ้อยแถลงดังกล่าวของ "รูบิโอ" มีขึ้นหลังการหารือทางโทรศัพท์กับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทยเกี่ยวกับประเด็นสถานการณ์ไทย - กัมพูชา ซึ่งเป็นการสานต่อจากการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างกันก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชารายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568 ชาวอเมริกันเชื้อสายกัมพูชาจำนวนมากจากทั่วสหรัฐฯ ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าอาคารสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก เพื่อยื่นคำร้องประณามปฏิบัติการทางทหารของไทย
ผู้เข้าร่วมการชุมนุมเดินทางมาจากหลายรัฐและหลายเมือง อาทิ แมสซาชูเซตส์ เพนซิลเวเนีย เวอร์จิเนีย กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นิวยอร์ก และรัฐเท็กซัส เพื่อแสดงความกังวลต่อสิ่งที่พวกเขาอ้างว่า เป็นการรุกรานอย่างต่อเนื่องของไทย และการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา
คำร้องดังกล่าวประณามการรุกรานทางทหารของไทยว่า เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศรับรู้ และตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว
ผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศ และผู้นำโลกยึดมั่นในบรรทัดฐานสากล คุ้มครองพลเรือน และดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อตอบโต้การละเมิดอย่างร้ายแรงที่ประเทศไทยกระทำต่อกัมพูชา