"แอร์บัส" บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของยุโรป เตรียมยุติการใช้งาน "กูเกิล คลาวด์" (Google Cloud) และหันไปใช้บริการเก็บข้อมูลออนไลน์ที่ดูแลโดยองค์กรสัญชาติยุโรปแทน
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากกูเกิลเผชิญการฟ้องร้องแบบกลุ่มในสหรัฐฯ ด้วยข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับโปรแกรมเจมิไน (Gemini) ผู้ช่วยอัจฉริยะปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ
เอกสารคำฟ้องระบุว่าโปรแกรมเจมิไนได้ถูกเปิดใช้งานโดยไม่มีการแจ้งเตือนผู้ใช้งานในหลายแพลตฟอร์มทั้ง จีเมล แชต และ มีต ทำให้กูเกิลสามารถเข้าถึงอีเมล เอกสารแนบ และ วิดีโอคอล ของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอม
ในขณะนี้ แอร์บัสกำลังเตรียมการเสนอสัญญาโยกย้ายแพลตฟอร์มการทำงานของบริษัทไปยังระบบคลาวด์ที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรสัญชาติยุโรป
โดยแอร์บัสมีแผนจะย้ายซอฟต์แวร์ หรือระบบสำคัญ ๆ ที่ต้องติดตั้งในสถานที่ทำงาน หลังจากดำเนินการรวบรวมสถานที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในจุดเดียวสำเร็จแล้ว
ระบบทำงานหลักที่การเก็บข้อมูลจะถูกย้ายมีทั้งแพลตฟอร์มด้านการผลิต การบริหารธุรกิจ และการออกแบบเครื่องบิน
ผู้บริหารของแอร์บัสระบุว่าการใช้ระบบคลาวด์ที่ชาติอื่นไม่สามารถแทรกแซงได้เป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากข้อมูลบางส่วนเป็นเรื่องอ่อนไหว ดังนั้นแอร์บัสจึงต้องการให้ข้อมูลเหล่านี้อยู่ในการดูแลขององค์กรสัญชาติยุโรป
การจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ของแอร์บัสคาดว่าจะเริ่มขึ้นในเดือน ม.ค.ปีหน้า โดยบริษัทจะเสนอราคาจัดซื้อจัดจ้างที่ 50 ล้านยูโร หรือ 1,800 ล้านบาท โดยแอร์บัสเชื่อมั่นว่าจะสามารถหาบริษัทสัญชาติยุโรปที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านเทคนิค และกฎหมาย
ส่วนกระบวนการคัดเลือกผู้ได้รับงานนี้จะทราบผลในช่วงก่อนฤดูร้อน หรือ ราวกลางปีหน้า
ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แอร์บัสยอมรับว่าอาจต้องเสียแชมป์ได้รับคำสั่งซื้อมากที่สุดให้แก่โบอิง คู่แข่งสำคัญจากสหรัฐฯ โดยผู้บริหารของแอร์บัสระบุว่าโบอิงได้รับประโยชน์จากฝ่ายการเมืองสหรัฐฯ ที่ใช้การซื้อเครื่องบินโบอิงเป็นเงื่อนไขการเจรจาทางการค้าด้วย ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยยกย่องให้ตัวเองเป็นเซลส์แมนที่เก่งที่สุดของโบอิง