วันที่ 24 ธ.ค. 68 ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความว่า “กัมพูชาไม่มีทางพ่ายแพ้ ไทยไม่มีทางชนะ”
ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน ระบุว่า หลังจากการเปิดฉากโจมตีดินแดนกัมพูชาตามแนวชายแดนที่ทอดยาวกว่า 800 กิโลเมตร กองทัพไทยติดอยู่ในสงครามที่ยืดเยื้อ
เขาบอกว่า มันเป็น “สงครามสนามเพลาะ” อย่างแท้จริง ชวนให้นึกถึงยุทธการแวร์ดันในสงครามโลกครั้งที่ 1 คือ ทหารออกจากสนามเพลาะ เปิดฉากโจมตี ยึดตำแหน่ง แต่ก็ถูกผลักดันกลับอย่างรวดเร็ว หน่วยต่าง ๆ แตกกระเจิงและถอยกลับไปยังสนามเพลาะอย่างเร่งรีบ
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้รุกรานชาวไทยไม่สามารถรักษาดินแดนที่ยึดครองไว้ได้ ในขณะที่กัมพูชาปกป้องดินแดนของตนโดยไม่ยอมถอย แต่สงครามยังคงคร่าชีวิตผู้คนต่อไป” ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน กล่าว
เขาเสริมว่า ทหารทั้งสองฝ่าย ลูกหลานของชาติไทยและลูกหลานของกัมพูชา ยังคงเสียสละอย่างสูงสุด ฝ่ายหนึ่งส่งทหารไปตายเพื่อยึดครองดินแดนเพียงเล็กน้อยที่เป็นเพียงสัญลักษณ์ ในทางกลับกัน อีกฝั่งต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินบรรพบุรุษ บูรณภาพแห่งดินแดน อธิปไตย ความยุติธรรม เกียรติ และศักดิ์ศรี
“ดังนั้น เพื่อปกปิดความพ่ายแพ้ กองทัพไทยจึงส่งเสียงดังด้วยเครื่องบิน F-16 และทิ้งระเบิดจากบนฟ้า เช่นเดียวกับปืนใหญ่ที่แวร์ดันเคยทำ ไม่ใช่เพื่อเอาชนะสงคราม แต่เพื่อสร้างความหวาดกลัวในหมู่พลเรือนชาวกัมพูชา และทำให้คนไทยเชื่อว่าชัยชนะเป็นของพวกเขา” ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน ระบุ
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาบอกว่า ความจริงยังคงทำลายภาพลักษณ์ของราชอาณาจักรไทย เกียรติยศของกองทัพไทย และเรื่องราวของรัฐบาลไทย
“ทำไม? เนื่องจากกำลังพลที่แข็งแกร่งของประเทศไทยกำลังล้มตายในป่าของกัมพูชาในสงครามที่ไร้สาระและเพื่ออุดมการณ์รักชาติจอมปลอมเพื่อสนองความรู้สึกทางการเมืองของกลุ่มหัวรุนแรงเพียงไม่กี่คน ประเทศไทยต้องยุติสงครามรุกรานกัมพูชาโดยทันที” ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน กล่าว