พลเอกเตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาส่งหนังสือขอเจรจาหยุดยิงตามกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ถึงฝ่ายไทย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า สื่อไทยบางแห่งทั้งที่เป็นสื่อทางการและไม่เป็นทางการได้นำจดหมายราชการฉบับหนึ่งที่กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาส่งถึง พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย มาเผยแพร่ในลักษณะที่ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเอกสารหลุด
เตีย เซ็ยฮา เสริมว่า ถึงแม้ปัจจุบันจะมีทั้ง Google Translate หรือเอไออย่าง ChatGPT และ Gemini แล้ว แต่ผลลัพธ์การแปลจากเครื่องมือเหล่านี้กลับไม่ตรงกับสิ่งที่สื่อไทยตีความและนำเสนอออกสู่สาธารณชนเลย ณ จุดนี้ ตนเองรู้สึกสับสนมาก
ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของกัมพูชามีขึ้นหลังจากฝ่ายไทยและกัมพูชาจัดการประชุม GBC ในจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับการกลับมาบังคับใช้ข้อตกลงการหยุดยิงอีกครั้งในการยุติความขัดแย้งและการปะทะกันอย่างรุนแรงตามแนวชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ ตลอดระยะเวลา 16 วัน จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 86 คนแล้ว
ขณะที่ เขียว เรมี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา (CHRC) เรียกร้องให้ไทยต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศจากการรุกรานกัมพูชา
โดยระบุว่า ประเทศไทยมีความผิดในการก่ออาชญากรรม 3 ประเภท คือ การที่กองทัพไทยข้ามพรมแดนและรุกรานอธิปไตยโดยไม่มีเหตุผลด้านการป้องกันตนเอง ถือเป็นอาชญากรรมรุกราน การโจมตีพลเรือนและทรัพย์สิน รวมถึง แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบและเป็นวงกว้าง เข้าข่ายอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ พร้อมเสริมว่า การกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้เหล่านี้ต้องถูกนำมารับผิดชอบตามกฎหมายระหว่างประเทศ
แถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาที่เผยแพร่ออกมาวันที่ 24 ธ.ค. ระบุว่า ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีของไทยที่ใช้อาวุธหนัก อย่างปืนใหญ่ เครื่องบินรบ F-16 และ T-50 ระเบิดลูกปราย และก๊าซพิษ ใส่พื้นที่พลเรือนในจังหวัดบันเตียเมียนเจย โพธิสัตว์ อุดรมีชัย พระวิหาร พระตะบอง และเกาะกง
CHRC จะส่งคำร้องเร่งด่วนถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา รวมถึง องค์กรสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ เพื่อกดดันประเทศไทยและดำเนินการอย่างเด็ดขาดทันที และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่ความรับผิดตามกฎหมายต่อไป