สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้โจมตีเรือที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนยาเสพติดนอกชายฝั่งเวเนซุเอลาเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ถูกทาสีให้ดูเหมือนเครื่องบินพลเรือน ซึ่งดูเหมือนจะผิดไปจากระเบียบปฏิบัติทางทหารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
เครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฝูงบินลับของสหรัฐฯ ที่ใช้ในการปฏิบัติการสอดแนม ยังบรรทุกกระสุนไว้ในลำตัวเครื่องบิน แทนที่จะอยู่ใต้ท้องเครื่อง ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับขอบเขตของการอำพรางปฏิบัติการในลักษณะที่ขัดต่อระเบียบปฏิบัติทางทหาร
รายละเอียดเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเครื่องบิน ซึ่งรายงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ม.ค. โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าว 2 คนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ซึ่งให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Associated Press โดยไม่เปิดเผยชื่อ
คิงส์ลีย์ วิลสัน เลขาธิการฝ่ายสื่อสารของกระทรวงกลาโหม กล่าวในแถลงการณ์ว่า “กองทัพสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินมาตรฐานและไม่มาตรฐานหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของภารกิจ”
รายละเอียดใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากนโยบายกดดันของรัฐบาลทรัมป์ต่อเวเนซุเอลา ซึ่งเริ่มต้นด้วยการระดมกำลังทหารในละตินอเมริกาและโจมตีเรือลักลอบขนยาเสพติดหลายลำ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 115 คน และสิ้นสุดลงในเดือน ม.ค. 2026 ด้วยปฏิบัติการที่น่าตกใจในการบุกจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร
ในการให้เหตุผลสำหรับการโจมตีเรือเวเนซุเอลาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2025 รัฐบาลทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ กำลังอยู่ใน “ความขัดแย้งทางอาวุธ” กับแก๊งค้ายาเสพติดในภูมิภาค และผู้ที่ใช้เรือเหล่านั้นเป็นนักรบที่ผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม แนวทางปฏิบัติของกองทัพสหรัฐฯ ห้ามไม่ให้ทหารแสร้งทำเป็นพลเรือนขณะทำการสู้รบ การกระทำดังกล่าวเป็นที่รู้จักในทางกฎหมายว่า “Perfidy”
คู่มือของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งมีมากกว่า 1,000 หน้า ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “การแสร้งทำเป็นพลเรือนแล้วโจมตี” เป็นตัวอย่างของการกระทำดังกล่าว ส่วนคู่มือของกองทัพอากาศระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะหมายความว่า “ศัตรูจะไม่สนที่จะใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็น”
คู่มือของกองทัพเรืออธิบายว่า “การโจมตีฝ่ายศัตรูโดยปลอมตัวเป็นพลเรือนเป็นการทำให้พลเรือนทุกคนตกอยู่ในอันตราย” และทหารเรือต้องใช้กำลังรุก “ภายในขอบเขตของเกียรติทางทหาร”
วิลสันกล่าวว่า เครื่องบินแต่ละลำต้องผ่าน “กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศ นโยบายและข้อบังคับของกระทรวง และมาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายว่าด้วยความขัดแย้งทางอาวุธ”
ทั้งนี้ เครื่องบินที่ถูกทาสีให้เหมือนเครื่องบินพลเรือนถูกใช้ในการโจมตีเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งแรกต่อเรือที่ถูกกล่าวหาว่าขนยาเสพติด
เรียบเรียงจาก Associated Press