อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้สัมภาษณ์ในรายการ Today ทางวิทยุ BBC 4 โดยกล่าวถึงท่าทีของสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ กำลังกระทำการอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และเชื่อว่าอำนาจของตนสำคัญกว่ากฎหมายระหว่างประเทศ
กูเตอร์เรสกล่าวว่า สหรัฐฯ มีความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนว่า การแก้ปัญหาแบบพหุภาคีนั้นไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ “การใช้อำนาจและอิทธิพลของสหรัฐฯ และบางครั้งในแง่นี้ก็เป็นไปตามบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ”
ความคิดเห็นของเขาเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลาและจับตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะผนวกกรีนแลนด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กูเตอร์เรสกล่าวว่า เขาเชื่อว่าหลักการพื้นฐานของสหประชาชาติ รวมถึงความเสมอภาคของรัฐสมาชิก กำลังตกอยู่ในอันตราย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์สหประชาชาติอย่างรุนแรง โดยอ้างว่าตัวเขาได้ยุติสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้นถึง 7 สมรภูมิด้วยตัวคนเดียว ส่วนสหประชาชาติไม่ได้พยายามช่วยเหลือเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อเผชิญกับการประเมินที่รุนแรงเช่นนี้ กูเตอร์เรสยอมรับว่า สหประชาชาติกำลังพยายามที่จะทำให้สมาชิกปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ
เขายืนยันว่า สหประชาชาติมีส่วนร่วมอย่างมากในการแก้ไขความขัดแย้งระดับโลก “แต่สหประชาชาติไม่มีอำนาจต่อรอง มหาอำนาจมีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่งกว่า”
เขาตั้งคำถามว่า อำนาจต่อรองพิเศษนั้นถูกนำไปใช้เพื่อสร้างทางออกที่แท้จริงและยั่งยืนสำหรับความขัดแย้งเหล่านั้นหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า “มีความแตกต่างกันมากระหว่างสองสิ่งนี้”
กูเตอร์เรสยังกล่าวอีกว่า สหประชาชาติต้องการการปฏิรูปเพื่อรับมือกับปัญหาและความท้าทายที่สำคัญที่สมาชิก 193 ประเทศกำลังเผชิญอยู่ “มีบางคนที่เชื่อว่าอำนาจของกฎหมายควรถูกแทนที่ด้วยกฎแห่งอำนาจ”
เขาเสริมว่า “ที่จริงแล้ว เมื่อพิจารณานโยบายปัจจุบันของสหรัฐฯ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทางออกพหุภาคีไม่เกี่ยวข้อง และสิ่งที่สำคัญคือการใช้อำนาจและอิทธิพลของสหรัฐฯ และบางครั้งในแง่นี้โดยบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ”
เขาเสนอแนะว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ไม่ได้เป็นตัวแทนของโลกอีกต่อไปและ “ไร้ประสิทธิภาพ”
สมาชิกถาวรของคณะมนตรีฯ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ สามารถใช้สิทธิวีโตได้ ซึ่งทั้งรัสเซียและสหรัฐฯ ใช้อำนาจนี้เพื่อขัดขวางความพยายามระดับโลกในการยุติสงครามในยูเครนและฉนวนกาซา
กูเตอร์เรสเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อ “ฟื้นคืนความชอบธรรม” และ “มอบเสียงให้แก่ทั่วโลก” และจำกัดอำนาจการวีโตเพื่อหลีกเลี่ยง “การปิดกั้น” ที่ยอมรับไม่ได้
คำถามเกี่ยวกับการล่มสลายของระบบพหุภาคี และความล้มเหลวของผู้นำโลกบางคนในการออกมาพูดและปกป้องหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่กูเตอร์เรสบอกว่า เขายังคงมองโลกในแง่ดี
เขาบอกว่า “ผมคิดว่าบางครั้งผู้คนลังเลที่จะเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ แต่ความจริงก็คือ ถ้าเราไม่เผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ เราจะไม่มีวันสร้างโลกที่ดีขึ้นได้”
สำหรับกูเตอร์เรส เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีโปรตุเกส เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติในปี 2017 และจะออกจากตำแหน่งในปลายปี 2026 นี้
เรียบเรียงจาก BBC