สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) รายงานว่า หิมะ น้ำแข็ง และฝนเยือกแข็งจากพายุฤดูหนาวกำลังก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายถึงถึงชีวิต ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่รัฐเท็กซัสไปจนถึงนิวอิงแลนด์ และอาจยืดเยื้อหลายวัน โดยคาดว่าจะมีชาวอเมริกันราว 180 ล้านคน หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ ที่ได้รับผลกระทบ
ทางการเตือนว่า สภาพอากาศหนาวจัดอาจต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์หลังหมดพายุ โดยเฉพาะในเขตที่ราบตอนเหนือและแถบมิดเวสต์ตอนบน
โดยคาดว่าอุณหภูมิที่รู้สึกได้เมื่อลมพัดอาจลดต่ำถึง -45 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการน้ำแข็งกัดได้ภายในไม่กี่นาที
จนถึงขณะนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติแล้ว 2 ราย ในรัฐลุยเซียนา ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 1 รายในรัฐเท็กซัส
ข้อมูลจาก poweroutage.us ระบุว่า ประชาชนกว่า 1 ล้านหลังคาเรือนประสบปัญหาไฟฟ้าดับ นับจนถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น
ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน FlightAware.com ระบุว่า เที่ยวบินมากกว่า 10,000 เที่ยวถูกยกเลิกในวันที่ 25 ม.ค. และอีกกว่า 8,000 เที่ยวบินล่าช้า
สายการบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ เตือนผู้โดยสารให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงตารางบินและการยกเลิกเที่ยวบินอย่างกะทันหัน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า พายุฤดูหนาวลูกนี้เป็นพายุครั้งประวัติศาสตร์ และได้อนุมัติการประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินในระดับรัฐบาลกลางเมื่อวันที่ 24 ม.ค. หลังจากเกือบ 20 รัฐ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศ
พายุฤดูหนาวรุนแรงนี้เป็นผลมาจากการยืดตัวของลมหมุนขั้วโลก (Polar Vortex) มวลอากาศหนาวความกดอากาศต่ำในแถบอาร์กติกที่ปกติมักจะก่อตัวอยู่บริเวณขั้วโลกเหนือ แต่บางครั้งจะเคลื่อนตัวลงทางใต้ ส่งผลให้อากาศหนาวจัดแผ่ลงมาทั่วทวีปอเมริกาเหนือ