พายุฤดูหนาวรุนแรงที่พัดถล่มหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 รายแล้ว โดยรายงานผู้เสียชีวิตมาจากหลายพื้นที่ ตั้งแต่รัฐเท็กซัสไปจนถึงนิวอิงแลนด์ เนื่องจากหลายส่วนของประเทศเผชิญกับหิมะ น้ำแข็ง และความหนาวเย็นที่เป็นอันตราย
ในรัฐเท็กซัส เจ้าหน้าที่ในเมืองฟริสโกกล่าวว่า เด็กชายอายุ 16 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะเล่นเลื่อนหิมะ ขณะที่ในเขตออสติน พบศพผู้เสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ
ส่วนเจ้าหน้าที่ในรัฐลุยเซียนาได้รายงานผู้เสียชีวิตจากพายุฤดูหนาว 3 ราย ในรัฐมิสซิสซิปปี รายงานผู้เสียชีวิต 2 รายจากพายุ ในรัฐอาร์คันซอ เด็กชายอายุ 17 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะเล่นเลื่อนหิมะ และในรัฐนอร์ทแคโรไลนา พบศพชายคนหนึ่งเสียชีวิตบนทางหลวง
ในมหานครนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่กล่าวว่า พบ 8 ศพเสียชีวิตกลางแจ้งในช่วงสุดสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าหญิงคนหนึ่งในรัฐแคนซัสเสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ และพบศพถูกฝังอยู่ใต้หิมะ
เจ้าหน้าที่รัฐแมสซาชูเซตส์กล่าวว่า หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกรถไถหิมะชน และเจ้าหน้าที่รัฐเทนเนสซีรายงานผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศ 3 ราย
เมื่อเช้าวันที่ 26 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ประชาชนกว่า 200 ล้านคนตั้งแต่รัฐเท็กซัสไปจนถึงนิวอิงแลนด์อยู่ภายใต้คำสั่งเตือนภัยความหนาวเย็น โดยนักพยากรณ์อากาศเตือนว่า ความหนาวเย็นจัดอาจคงอยู่ตลอดทั้งสัปดาห์ในหลายภูมิภาค
กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) กล่าวเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า “อากาศหนาวจัด” จะแผ่กระจายไปทั่ว 2 ใน 3 ส่วนของภาคตะวันออกของสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า “โดยคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสและหนาวเย็นเป็นประวัติการณ์”
NWS ระบุว่า ลมหนาวที่เป็นอันตรายจะยังคงอยู่ และ “อุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติมากอาจต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือน ก.พ.”
ณ เย็นวันที่ 26 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ยังคงมีไฟฟ้าดับมากกว่า 670,000 จุดทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ ซึ่งฝนเยือกแข็งที่ตกลงมาในช่วงสุดสัปดาห์ทำให้กิ่งไม้และสายไฟหัก ทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในมิสซิสซิปปีตอนเหนือและบางส่วนของรัฐเทนเนสซี
การเดินทางได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ โดยมีเที่ยวบินในสหรัฐฯ มากกว่า 10,500 เที่ยวบินถูกยกเลิกในวันที่ 25 ม.ค. ส่วนในวันที่ 26 ม.ค. มีเที่ยวบินในสหรัฐฯ เกือบ 5,000 เที่ยวบินถูกยกเลิก
เรียบเรียงจาก The Guardian