ทีมโฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เครื่องบิน F-35C จากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ได้ยิงโดรนชาเฮด-139 (Shahed-139) จองอิหร่านตก ระหว่างที่เรือบรรทุกเครื่องบินดังกล่าวแล่นอยู่กลางทะเลห่างจากชายฝั่งทางใต้ของอิหร่านประมาณ 800 กิโลเมตร
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการปกป้องตนเองและคุ้มครองรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น รวมถึงบุคลากรที่อยู่บนเรือ
แถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังระบุว่า โดรนลำดังกล่าวได้บินเข้าหาเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ในลักษณะคุกคาม โดยไม่แสดงเจตนาชัดเจนทั้งที่กำลังพลสหรัฐฯ ในน่านน้ำสากลได้ใช้มาตรการลดการเผชิญหน้าแล้ว
ส่วนทางการอิหร่านยังไม่แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ แต่สำนักข่าวทาสนิม สื่อกึ่งทางการของรัฐบาลอิหร่าน ระบุว่า การติดต่อกับโดรนลำหนึ่งได้ขาดหายไปขณะบินอยู่เหนือน่านน้ำสากล หลังโดรนลำนี้ประสบความสำเร็จในการส่งข้อมูลกลับมาให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นขณะที่มีรายงานว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน จะเดินทางไปพบกับผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ที่เมืองอิสตันบูลของตุรกี ในวันที่ 6 ก.พ. นี้ เพื่อเริ่มต้นการกลับมาเจรจายุติการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน เปิดเผยว่า ได้กำชับอารักชีว่าการเจรจาจะต้องยุติธรรมและยึดหลักความเท่าเทียมกัน พร้อมทั้งระบุว่าตนเองได้เปิดทางให้มีการพูดคุยกัน หลังได้รับการร้องขอจากมิตรประเทศในภูมิภาค
ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจาณาใช้ปฏิบัติการทางอากาศ โดยมีเป้าหมายคือกลุ่มผู้นำของอิหร่าน สถานที่ด้านนิวเคลียร์ และ หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง
โดยขณะนี้กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของสหรัฐฯได้เดินทางเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าอาจเป็นแผนสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
อย่างไรก็ตามสำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนที่เชื่อว่า สหรัฐฯ ยังไม่พร้อมโจมตีอิหร่าน เนื่องจากยังต้องส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลางเพื่อรับมือการตอบโต้จากอิหร่าน
รายงานข่าวของ The Wall Street Journal เชื่อว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการสร้างความเชื่อมั่นว่าอิสราเอล ชาติอาหรับที่เป็นพันธมิตร และทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางได้รับการคุ้มครองที่ดีพอ
โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ THAAD และแพทริออตไปยังฐานที่มั่นของกองกำลังอเมริกันในจอร์แดน คูเวต บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และที่มั่นอื่น ๆ ในภูมิภาค
ขณะที่หลายฝ่ายเชื่อว่าอิหร่านมีโดรนและขีปนาวุธหลายพันลูกที่สามารถโจมตีฐานที่มั่นของทหารสหรัฐฯในหลายประเทศ ซึ่งอิหร่านเตือนว่าพร้อมโจมตีเป้าหมายเหล่านี้รวมถึงอิสราเอลด้วย