สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวชาวอิหร่าน 2 รายที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า มอจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี บุตรชายผู้ทรงอิทธิพลของผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ถูกสังหาร ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับการจับตามองว่าเป็นผู้มีแนวโน้มก้าวขึ้นสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศ และคร่าชีวิตภรรยา บุตรชายอีกคนหนึ่ง รวมถึงนายทหารและบุคคลระดับสูงของอิหร่านหลายราย
แหล่งข่าวระบุว่า มอจตาบา ไม่ได้อยู่ในกรุงเตหะรานขณะเกิดการโจมตีที่ทำลายที่พักของผู้นำสูงสุด ขณะที่ในวันนี้ คาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมหาศาลออกมาร่วมพิธีไว้อาลัยแก่ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ
มอจตาบา ถูกมองจากชนชั้นนำทางการเมืองและศาสนาในอิหร่านว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นไปได้ในการสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด เป็นนักบวชระดับกลางที่มีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และจัดอยู่ในกลุ่มสายแข็ง
อีกทั้งยังถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโครงสร้างอำนาจฝ่ายศาสนาของอิหร่าน โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งสืบทอดอำนาจต่อจากบิดา
รัฐบาลอิหร่านระบุว่า สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการคัดเลือกผู้นำสูงสุด จะประกาศการตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้ โดยนับเป็นเพียงครั้งที่ 2 นับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามในปี 1979 ที่ต้องมีการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่
อายาตอลเลาะห์ อะห์หมัด คาตามี สมาชิกสภาดังกล่าว ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า ผู้สมัครถูกกำหนดไว้แล้ว และกระบวนการใกล้ได้ข้อสรุป แม้ประเทศจะอยู่ในภาวะสงคราม
ด้านอิสราเอลส่งสัญญาณชัดว่าจะไม่ผ่อนแรงต่อผู้นำคนใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้ง อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้นำคนใดก็ตามที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อสานต่อแผนทำลายอิสราเอล คุกคาม สหรัฐอเมริกา และโลกเสรี รวมถึงปราบปรามประชาชนอิหร่าน จะตกเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการกำจัด โดยไม่สำคัญว่าจะชื่ออะไรหรือหลบซ่อนอยู่ที่ใด
ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้บัญชาการทหารระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการคืบหน้าเร็วกว่ากำหนด
อย่างไรก็ตาม ความกังวลของนักลงทุนทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่เผชิญแรงเทขายรุนแรง รวมถึงการร่วงลงเป็นประวัติการณ์ในกรุงโซล สวนทางกับคำยืนยันของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่กล่าวว่าจะเร่งเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลที่สำคัญของโลกอีกครั้ง และปล่อยน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางที่ถูกปิดล้อม
สถานการณ์ที่กำลังคลี่คลายอย่างรวดเร็วนี้ไม่เพียงเป็นบททดสอบเสถียรภาพของอิหร่านหลังการสูญเสียผู้นำสูงสุด แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของดุลอำนาจในตะวันออกกลาง โดยสายตาทั่วโลกกำลังจับจ้องว่า ใครจะขึ้นกุมอำนาจอิหร่าน และสงครามที่ปะทุขึ้นจะลุกลามไปไกลเพียงใด
ที่มา: Reuters (1) (2) / The Washington Post