“ทรัมป์” อยากมีส่วนร่วมเลือกผู้นำสูงสุดอิหร่าน
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาควรมีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่าน
ทรัมป์ตัดชื่อ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้เป็นตัวเต็งที่จะมาแทนที่บิดาของเขา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตในการโจมตีในวันแรกของสงคราม
ทรัมป์เยาะเย้ยโมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี ซึ่งไม่เคยได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลมาก่อน ว่าเป็น “คนไร้ความสามารถ”
ทรัมป์กล่าวว่า “เราต้องการคนที่นำความปรองดองและสันติภาพมาสู่อิหร่าน ผมต้องมีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง เหมือนกับกรณีของเดลซีในเวเนซุเอลา”
ทรัมป์อ้างถึงรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เดลซี โรดริเกซ ขึ้นดำรงตำแหน่งในเดือน ม.ค. หลังจากการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในการจับกุม นิโกลัส มาดูโร และนำตัวเขาไปยังสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดีค้ายาเสพติด
คำกล่าวของทรัมป์มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดคำถามขึ้นอีกครั้งว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการโค่นล้มสาธารณรัฐอิสลามหรือเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนแปลงนโยบายของอิหร่าน
สงครามได้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ส่งผลกระทบต่ออีก 14 ประเทศในตะวันออกกลางและที่อื่น ๆ โดยเมื่อวันที่ 5 มี.ค. อาเซอร์ไบจานกล่าวหาอิหร่านว่าโจมตีด้วยโดรนต่อสนามบิน ซึ่งอิหร่านปฏิเสธ
ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และอิสราเอลก็โจมตีอิหร่านทั่วประเทศ โดยอ้างว่ามุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถทางทหาร ผู้นำ และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
อาเซอร์ไบจานเรียกตัวทูตประจำอิหร่านกลับประเทศ
วันที่ 6 มี.ค. เจย์ฮุน บายรามอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซอร์ไบจาน กล่าวว่า อาเซอร์ไบจานกำลังเรียกนักการทูตออกจากอิหร่านเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเอง
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่อาเซอร์ไบจานระบุว่า โดรนของอิหร่าน 4 ลำได้ข้ามพรมแดนและทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คนในเขตปกครองพิเศษนาคชิวาน
เขากล่าวว่า อาเซอร์ไบจานกำลังอพยพเจ้าหน้าที่จากสถานทูตในกรุงเตหะรานและสถานกงสุลใหญ่ในเมืองทาบริซ
ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนฯ เรียกร้อง “ให้โอกาสสันติภาพบ้าง”
วันที่ 6 มี.ค. โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า “โลกต้องการเห็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมและดับไฟแห่งความขัดแย้งนี้ แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เรากลับเห็นแต่ถ้อยคำปลุกปั่น ยุยงให้เกิดสงคราม การทิ้งระเบิด การทำลายล้าง การฆ่าฟัน และการยกระดับความขัดแย้ง ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก”
เติร์กเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องในสงคราม “ดำเนินการทันทีเพื่อลดความตึงเครียด เพื่อให้โอกาสแก่สันติภาพ” และเขากล่าวว่าประเทศอื่น ๆ ควร “เรียกร้องอย่างชัดเจนให้ประเทศที่เกี่ยวข้องถอนกำลังออกไป”
อังกฤษจับ 4 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวสายลับอิหร่าน
วันที่ 6 มี.ค. ตำรวจนครบาลลอนดอนระบุว่า มีผู้ถูกจับกุม 4 คนในลอนดอน ในฐานะส่วนหนึ่งของการสอบสวนต่อต้านการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
ตำรวจจับกุมชาวอิหร่าน 1 คน และพลเมืองสองสัญชาติอังกฤษ-อิหร่าน 3 คน ในข้อหาให้ความช่วยเหลือหน่วยข่าวกรองต่างชาติ
ผู้ที่ถูกจับเป็นชายอายุ 40 ปี และ 55 ปี ถูกจับกุมที่อยู่แห่งหนึ่งในบาร์เน็ต ส่วนชายอายุ 52 ปี ถูกจับกุมในวัตฟอร์ด และชายอายุ 22 ปี ถูกจับกุมในแฮร์โรว์
ชายอีก 6 คน อายุ 29, 39, 42, 49 ปี และอีก 2 คน อายุ 20 ปี ถูกจับกุมในสถานที่เดียวกันในแฮร์โรว์ ในข้อหาให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด
ผู้บัญชาการ เฮเลน แฟลนาแกน หัวหน้าหน่วยตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของตำรวจนครลอนดอน กล่าวว่า “การจับกุมในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และเป็นส่วนหนึ่งของงานที่เรากำลังดำเนินการอยู่เพื่อขัดขวางกิจกรรมที่เป็นอันตรายในที่ที่เราสงสัยว่าเกิดขึ้น
“เราเข้าใจว่าประชาชนอาจมีความกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนชาวยิว และเช่นเคย เราขอให้พวกเขาเฝ้าระวัง และหากพวกเขาเห็นหรือได้ยินสิ่งใดที่ทำให้พวกเขากังวล โปรดติดต่อเรา” แฟลนาแกนกล่าว
เสียชีวิตทะลุ 1,300 รายในอิหร่าน
สภาเสี้ยวเดือนแดงอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,332 คนในอิหร่านจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.
แทรกแซงเวเนซุเอลาก่อนอิหร่าน “เป็นเรื่องฉลาด”
ดั๊ก เบอร์กัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางกลับจากเวเนซุเอลาว่า การเข้าแทรกแซงเวเนซุเอลาก่อนอิหร่านนั้นเป็น “การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด”
เบอร์กัม ซึ่งเป็นผู้นำสภาพลังงานแห่งชาติของประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแทรกแซงจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า “น้ำมันจะไหลไปยังอเมริกา”
อิหร่านเตรียมเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่
เวลา 12.30 น. ตามเวลาประเทศไทย Mehr News สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า สภาผู้นำซึ่งบริหารประเทศอิหร่านชั่วคราว กำลังเตรียมที่จะแนะนำผู้นำสูงสุดคนใหม่หลังจากการลอบสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
สภาดังกล่าวได้จัดการประชุมครั้งที่ 4 ในขณะที่สงครามใกล้จะครบ 1 สัปดาห์แล้ว
“มีการวางแผนที่จะเรียกประชุมสมัชชาผู้เชี่ยวชาญของผู้นำและแนะนำผู้นำในอนาคต” รายงานระบุ
สภาผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีสมาชิก 88 คน ได้ประชุมกันทางออนไลน์ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่สถานที่ทำการของพวกเขาในเมืองกอมถูกโจมตีโดยอิสราเอล
มีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน สมาชิกอาวุโสคนหนึ่งของสภาอิหร่านกล่าวกับสื่อของรัฐว่ากระบวนการนี้ “ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว” ขณะที่สมาชิกอีกคนหนึ่งกล่าวกับสื่ออื่นว่าระยะเวลาของกระบวนการนั้น “ไม่ชัดเจน”
อิสราเอลได้เตือนว่าผู้นำคนใหม่ใด ๆ ก็ตามจะเป็นเป้าหมายของการกำจัด ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ว่าเขาต้อง “มีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง” ผู้นำคนต่อไปของอิหร่าน และปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ โมจตาบา คาเมเนอี ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีโอกาสมากที่สุดและเป็นบุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุด จะขึ้นดำรงตำแหน่ง
ออสเตรเลียโร่แจง หลังบุคลากรอยู่บนเรือดำน้ำสหรัฐฯ ที่จมเรือรบอิหร่าน
วันที่ 6 มี.ค. แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกมาชี้แจงยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่ชาวออสเตรเลีย 3 คนอยู่บนเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ที่จมเรือรบของอิหร่านจริง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า บุคลากรของกองกำลังป้องกันประเทศออสเตรเลียอยู่บนเรือดำน้ำในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการฝึกอบรม AUKUS แต่เขายืนยันว่า กองกำลังออสเตรเลียปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และกล่าวว่า ไม่มีบุคลากรชาวออสเตรเลียคนใดเข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
“โดยปกติแล้วเราจะไม่ยืนยันเรื่องดังกล่าว แต่เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของคณะรัฐมนตรี (NSC) ของเรา เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ผมจึงยืนยันได้ว่ามีบุคลากรชาวออสเตรเลีย 3 คนอยู่บนเรือลำนั้น” อัลบาเนซีกล่าว
เขาเสริมว่า “ผมขอยืนยันด้วยว่า ไม่มีบุคลากรชาวออสเตรเลียคนใดเข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านแต่อย่างใด”
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อกฎหมายระหว่างประเทศในการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล อัลบาเนซีกล่าวว่า ออสเตรเลียมั่นใจในการประเมินว่าเตหะรานเป็นภัยคุกคาม
จีนส่งทูตไปตะวันออกกลาง ช่วยลดความตึงเครียด
จีนแสดงความกังวลต่อความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง และได้เร่งความพยายามในการไกล่เกลี่ย
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เหมา หนิง กล่าวว่า ปักกิ่งจะส่ง ไจ้ จวิน ทูตพิเศษของรัฐบาลจีนด้านปัญหาตะวันออกกลาง ไปยังภูมิภาคดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ เพื่อช่วยลดความตึงเครียด
สหรัฐฯ น่าจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบเหตุโจมตีโรงเรียนอิหร่าน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนทางทหารของสหรัฐฯ เชื่อว่า กองกำลังสหรัฐฯ น่าจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 165 คน
รอยเตอร์อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คนในรายงาน โดยเสริมว่ายังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการโจมตีโรงเรียน และการสอบสวนยังไม่ถึงข้อสรุปสุดท้ายหรือเสร็จสิ้นภารกิจ
โรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯ หรือไม่ก็อิสราเอล
การโจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล หรือสิ่งก่อสร้างพลเรือนอื่น ๆ โดยเจตนา ถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
อิหร่านพร้อมทำสงครามยืดเยื้อ เตรียมใช้อาวุธใหม่
พลตรี อาลี โมฮัมหมัด นาอีนี โฆษกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวว่า อิหร่านเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับ “สงครามยืดเยื้อ” และกำลังจะนำอาวุธขั้นสูงที่ยังไม่เคยใช้มาใช้
เขากล่าวว่า ศัตรูของอิหร่าน “ควรคาดหวังการโจมตีที่รุนแรง” ในการโจมตีระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้น
“อิหร่านกำลังเตรียมการและอาวุธใหม่ เทคโนโลยีเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในวงกว้าง” นาอีนีกล่าว
เขาเสริมว่า อิหร่านเตรียมพร้อมมากกว่าสงคราม 12 วันเมื่อปีที่แล้ว พร้อมอธิบายการเผชิญหน้าทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ว่าเป็น “สงครามศักดิ์สิทธิ์และชอบธรรม”
อิหร่านพร้อมรับมือการโจมตีภาคพื้นดิน
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าอิหร่าน "พร้อมรับมือกับการรุกรานภาคพื้นดิน" โดยสหรัฐฯ
อับบาส อารักชี กล่าวว่า "เรามั่นใจว่าเราสามารถรับมือกับพวกเขาได้ และนั่นจะเป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับพวกเขา" และเสริมว่า "จะไม่มีผู้ชนะในสงครามครั้งนี้" และอิหร่านไม่ได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิง
ในประเด็นเรื่องผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี นั้น อารักชีกล่าวว่า นั่นจะเป็นหน้าที่ของสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐบาลอิหร่านที่มีสมาชิก 88 คนในการตัดสินใจ และไม่ใช่ทรัมป์ นั่นเป็นเรื่องของประชาชนชาวอิหร่านโดยแท้ และไม่มีใครสามารถแทรกแซงได้
โจมตีเรือบรรทุกโดรนอิหร่าน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผย โจมตีเรือบรรทุกโดรนของอิหร่าน
“กองกำลังสหรัฐฯ ไม่ได้ยั้งมือในภารกิจจมกองทัพเรืออิหร่านทั้งหมด วันนี้ เรือบรรทุกโดรนของอิหร่าน ซึ่งมีขนาดพอๆ กับเรือบรรทุกเครื่องบินในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกโจมตีและกำลังลุกไหม้” CENTCOM ระบุ
ข้อความดังกล่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่ทำการโจมตี
“ทรัมป์” ไม่กังวลน้ำมันราคาขึ้น เผย “ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา” ว่าจะรบนานแค่ไหน
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาไม่กังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่จะสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามในอิหร่าน “ถ้ามันขึ้น มันก็ขึ้น”
ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่กังวลเรื่องนี้เลย ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อสงครามจบลง และถ้ามันขึ้น มันก็ขึ้น เรื่องนี้สำคัญกว่าการที่ราคาน้ำมันเบนซินจะสูงขึ้นเล็กน้อย”
สงครามกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเบนซินสูงขึ้น 7% ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ทรัมป์บอกว่า เขาไม่ได้ต้องการดึงน้ำมันจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งเป็นคลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เก็บไว้ในเครือข่ายถ้ำเกลือใต้ดินในรัฐลุยเซียนาและเท็กซัส
เขายังกล่าวอีกว่า เขาแน่ใจว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงเปิด เพราะกองทัพเรือของอิหร่าน “จะจมอยู่ใต้น้ำ”
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวว่า เขา “ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา” ว่าสงครามกับอิหร่านจะดำเนินต่อไปนานแค่ไหน
“ผมไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาสำหรับอะไรเลย ผมต้องการทำให้มันเสร็จ” ทรัมป์กล่าว
ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวต่อสาธารณะว่าเขาคาดว่าสงครามจะกินเวลาสี่ถึงห้าสัปดาห์ แต่ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่ากรอบเวลาเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้หากเขาเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น หรือตัดสินใจว่าเป้าหมายของเขาบรรลุแล้ว
“ทรัมป์” เผย สหรัฐฯ-อิสราเอลกำลังทำลายล้างอิหร่านได้ “เร็วกว่ากำหนดการ”
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในงานที่ทำเนียบขาว โดยให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน
เขากล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอล กำลังทำลายล้างเป้าหมายในอิหร่านได้ “เร็วกว่ากำหนดการมาก”
ทรัมป์กล่าวว่า “คนของเรากำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม”
เขาเสริมว่า สหรัฐฯ กำลังโจมตีขีดความสามารถด้านโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน “ทุกชั่วโมง”
“ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีกองทัพอากาศ ไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครื่องบินทั้งหมดของพวกเขาหายไป การสื่อสารของพวกเขาก็หายไป นอกเหนือจากนั้น พวกเขาก็ทำได้ดีทีเดียว” ทรัมป์กล่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังอ้างว่า “อิหร่านโทรมาถามว่าเราจะทำข้อตกลงกันได้อย่างไร ผมบอกว่าคุณมาช้าไปหน่อย ตอนนี้เราต้องการต่อสู้มากกว่าพวกเขาซะอีก”
ต่อประเด็นนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวว่า “อิหร่านไม่เห็นเหตุผลใดๆ ที่พวกเขาควรมีส่วนร่วมกับสหรัฐฯ”
เขาบอกว่า “ความจริงก็คือ เราไม่มีประสบการณ์ที่ดีในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรัฐบาลชุดนี้ เราเจรจาสองครั้งเมื่อปีที่แล้วและปีนี้ แล้วในระหว่างการเจรจา พวกเขาก็โจมตีเรา”
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ กล่าวบรรยายสรุปเกี่ยวกับความขัดแย้งที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โดยบอกว่าภารกิจของสหรัฐฯ ในอิหร่าน “กำลังคืบหน้าอย่างเด็ดขาด”
“อิหร่านคิดว่าเราจะไม่สามารถรักษาสถานการณ์นี้ไว้ได้ ซึ่งเป็นการคำนวณที่ผิดพลาดอย่างมาก” เขากล่าว
เฮกเซธบอกกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ “มีกระสุนเพียงพอ” และสามารถดำเนินปฏิบัติการได้นานเท่าที่ต้องการ “เราเพิ่งเริ่มต้นการต่อสู้ และเป็นการต่อสู้ที่เด็ดขาด”
ขณะที่ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ บอกว่า ในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายเกือบ 200 แห่งในอิหร่าน และ ณ จุดนี้ สหรัฐฯ ได้จมเรืออิหร่านไปแล้วกว่า 30 ลำ
“ในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เราได้โจมตีเรือบรรทุกโดรนของอิหร่าน ซึ่งมีขนาดพอ ๆ กับเรือบรรทุกเครื่องบินในสงครามโลกครั้งที่ 2 และในขณะที่เรากำลังพูดอยู่นี้ เรือลำนั้นกำลังลุกไหม้”
สื่อนอกรายงาน จีนและอิหร่านกำลังเจรจาเรื่องการขนส่งสินค้า
วันที่ 5 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า จีนกำลังเจรจากับอิหร่านเพื่ออนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซจากกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
สงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่านทำให้เรือหลายร้อยลำติดค้างอยู่รอบช่องแคบ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญสำหรับน้ำมันและก๊าซประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานพุ่งสูงขึ้น
รอยเตอร์และบลูมเบิร์กอ้างข้อมูลการติดตามเรือที่แสดงให้เห็นว่าเรือบรรทุกน้ำมันที่อ้างว่าเป็นของจีนแล่นผ่านช่องแคบในวันที่ 5 มี.ค.
จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่านและได้ประณามการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่อประเทศอิหร่าน
สหรัฐฯ หารือเอกชนเรื่องเร่งผลิตอาวุธ
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์วางแผนที่จะพบกับผู้บริหารด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ในวันที่ 6 มี.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับการผลิตอาวุธ
การประชุมจะจัดขึ้นที่ทำเนียบขาว และจะมีบริษัทต่าง ๆ เข้าร่วม รวมถึงล็อกฮีด มาร์ติน และอาร์ทีเอ็กซ์ บริษัทแม่ของเรย์ธีออน
คาดว่าการหารือจะรวมถึงการเร่งการผลิตอาวุธ เนื่องจากเพนตากอนกำลังเร่งเติมเต็มปริมาณอาวุธหลังจากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านและปฏิบัติการทางทหารอื่น ๆ
สหรัฐฯ สั่งอพยพสถานทูตในคูเวต
สำนักข่าวซีบีเอสรายงานว่า สหรัฐฯ ได้สั่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตในคูเวตแล้ว
การอพยพจะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 5 มี.ค. ถึงวันที่ 6 มี.ค. และเจ้าหน้าที่สถานทูตได้รับคำสั่งให้ทำลายข้อมูลและลบข้อมูลลับในเซิร์ฟเวอร์
คำสั่งอพยพนี้เกิดขึ้นหลังจากกองทัพคูเวตกล่าวว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศได้สกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่รุกล้ำน่านฟ้าของประเทศ
“ปฏิบัติการสกัดกั้นส่งผลให้มีเศษซากตกลงมา ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายทางวัตถุในวงจำกัด โดยมีเพียงความเสียหายต่อยานพาหนะเท่านั้น ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ” โฆษกกองทัพคูเวตระบุ
สส.สหรัฐฯ โหวตคัดค้านจำกัดอำนาจการทำสงครามของ “ทรัมป์”
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จัดให้มีการลงมติจำกัดอำนาจสงครามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากเสียงเกินครึ่งเห็นชอบ จะบีบให้ทรัมป์ต้องสั่งยุติสงคราม และกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐสภาก่อนสำหรับการโจมตีใด ๆ
ผลการลงมติคือ “ไม่เห็นชอบ” แบบเฉียดฉิวที่ 219 เสียงต่อ 212 เสียง เนื่องจากพรรครีพับลิกันของทรัมป์ครองเสียงข้างมาก
นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังลงมติเห็นชอบว่าอิหร่านเป็นรัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายรายที่ใหญ่ที่สุด
ทั้งนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ปกติจะมีเพียงรัฐสภาเท่านั้นที่สามารถประกาศสงครามได้ ประธานาธิบดีสามารถดำเนินการทางทหารบางอย่างได้โดยลำพัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้โต้แย้งมานานแล้วว่า ภายใต้เอกสารก่อตั้งประเทศของสหรัฐฯ อำนาจดังกล่าวใช้ได้เฉพาะในกรณีของการป้องกันตนเองของประเทศเท่านั้น ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลที่รัฐบาลทรัมป์อ้างว่า การโจมตีอิหร่านที่เกิดขึ้นเป็น “การป้องกันตัวเองล่วงหน้า”
สหรัฐฯ เปิดภาพถล่มโรงเก็บเครื่องบินอิหร่าน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม เปิดเผยภาพที่ระบุว่าเป็นโรงเก็บเครื่องบินของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ "โอเปอร์เรชัน อีปิก ฟิวรี (Operation Epic Fury ) ที่มุ่งทำลายระบบยุทโธปกรณ์และศักยภาพทางทหารของอิหร่านเป็นวงกว้าง
โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันว่าขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีกำลังพลอเมริกันกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว
พลโท เอยัล ซาเมียร์ ประธานคณะเสนาธิการกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงว่าปฏิบัติการเฟสแรกของหน่วยทหารในสังกัดสามารถทำลายเครื่องยิงขีปนาวุธของอิหร่านได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว
โดยหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในเฟสแรกแล้ว กองทัพอิสราเอลเตรียมเดินหน้าปฏิบัติการในระยะถัดไป หลังจากประสบความสำเร็จในการครอบครองน่านฟ้าอิหร่าน
ขณะเดียวกันกองทัพอิสราเอลประกาศเตือนชาวเลบานอนประมาณ 500,000 คนให้อพยพออกจากพื้นที่ชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุตทั้งหมดโดยทันที
โดยทีมโฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล ออกแถลงการณ์ด่วนเป็นภาษาอาราบิกเตือนให้ชาวเลบานอนที่อาศัยอยู่ในเขต ดาฮิเยห์ ซึ่งอยู่ทางใต้ของกรุงเบรุตให้รีบอพยพออกจากเมืองโดยทันที เพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง โดยให้อพยพขึ้นทางเหนือและทางตะว้นออก แต่ห้ามลงทางใต้เด็ดขาด
คำเตือนของกองทัพอิสราเอลทำให้ชาวเลบานอนนับแสนคนได้พากันอพยพออกจากพื้นที่ทางใต้ของกรุงเบรุตตั้งแต่เมื่อวานนี้ (พฤหัสที่ 5 มีค.) ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว
ความเคลื่อนไหวนี้ยังเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลออกคำเตือนให้ประชาชนทุกคนอพยพออกจากชานกรุงเบรุตแบบทั้งหมด หลังจากที่เพิ่งสั่งอพยพออกจากพื้นที่ทางใต้ของเลบานอนเมื่อวานนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้จะเป็นคำสั่งอพยพแบบเฉพาะจุดหรือเฉพาะบางอาคาร เพื่อมุ่งเป้าโจมตีแบบเฉพาะจุด
โดยก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลประกาศจะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอน ฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ประกาศล้างแค้นให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการของสหรัฐฯและอิสราเอล
“ทรัมป์” เรียกร้องให้ชาวอิหร่านทวงคืนประเทศของตนอีกครั้ง
ในการกล่าวสั้น ๆ ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์เรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่าน “ช่วยกันทวงคืนประเทศของคุณ” อีกครั้ง คราวนี้เขาสัญญาว่าสหรัฐฯ จะให้ “ความคุ้มครอง” แก่พวกเขา ท่ามกลางสงครามและอันตรายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้ระบอบการปกครองของอิหร่านในปัจจุบัน
“คุณจะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ด้วยความคุ้มครองอย่างเต็มที่” ทรัมป์กล่าวโดยไม่ให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับความหมายของเรื่องนั้น “หรือคุณจะต้องเผชิญกับความตายอย่างแน่นอน”
อิหร่านยังคงเดินหน้าตอบโต้
โมจตาบา เฟอร์ดูซี ปูร์ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำอียิปต์ กล่าวเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ปฏิเสธคำกล่าวของทรัมป์ที่ว่าอิหร่านต้องการเจรจา ยืนยันอิหร่านไม่ได้ร้องขอการเจรจากับสหรัฐฯ
เขากล่าวว่าการขาดความไว้วางใจทำให้การมีส่วนร่วมดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ หลังจากที่การเจรจาเพื่อข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เป็นไปได้ล้มเหลวสองครั้งและจบลงด้วยสงคราม
“จะไม่มีความไว้วางใจในทรัมป์” เฟอร์ดูซี ปูร์ กล่าว
ขณะเดียวกัน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ก่อ “ความโหดร้ายในทะเล” จากการจมเรือฟริเกต IRIS Dena ของอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 87 คน
เรืออิหร่านลำดังกล่าวเดินทางกลับจากการฝึกซ้อมที่กองทัพเรืออินเดียเป็นเจ้าภาพ ซึ่งสหรัฐฯ ก็เข้าร่วมด้วย ทางการศรีลังการะบุว่า ลูกเรือ 32 คนได้รับการช่วยเหลือ อารักชีกล่าวว่าเรือลำนั้นบรรทุกลูกเรือเกือบ 130 คน
ต่อมา อยาตอลเลาะห์ อับดุลเลาะห์ จาวาดี อาโมลี เรียกร้องผ่านทางโทรทัศน์ของรัฐให้มีการหลั่งเลือดทั้งของอิสราเอลและ “ทรัมป์” ถือเป็นการเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงที่หาได้ยากจากอยาตอลเลาะห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตำแหน่งนักบวชระดับสูงสุดของศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์
ศรีลังกากล่าวว่าลูกเรือกว่า 200 คนบนเรือรบอิหร่านอีกลำหนึ่งที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของตน กำลังถูกนำตัวไปยังฐานทัพเรือนอกกรุงโคลัมโบ
สงครามยังคงขยายตัว
พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้จมเรือของอิหร่านไปแล้วกว่า 30 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกโดรน “ขนาดพอ ๆ กับเรือบรรทุกเครื่องบินในสงครามโลกครั้งที่ 2”
ขณะเดียวกัน พลโท เอียล ซามีร์ นายพลระดับสูงของอิสราเอลกล่าวว่า การโจมตีหลายระลอกได้ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านไปแล้ว 80% และเครื่องยิงขีปนาวุธ 60% อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า “ภัยคุกคามยังไม่หมดไป”
ประเทศในอ่าวเปอร์เซียก็รายงานว่าถูกโจมตีเช่นกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวต ซึ่งได้เปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อตอบโต้ขีปนาวุธที่กำลังเข้ามา
ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดรนลำหนึ่งถูกยิงตกใกล้ฐานทัพอากาศอัลดัฟรา ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเศษชิ้นส่วนที่ตกลงมาทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน
กาตาร์อพยพประชาชนใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ในโดฮาเป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน และต่อมาได้รายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าได้ทำลายโดรนในจังหวัดที่ติดกับจอร์แดน
บาห์เรนกล่าวว่าขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัฐเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ทำให้เกิดไฟไหม้ซึ่งถูกดับลงแล้ว และกล่าวว่าไม่มีผู้เสียชีวิต
ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน อิลฮัม อาลีเยฟ กล่าวหาอิหร่านว่า “ก่อการร้ายและรุกรานอย่างไร้เหตุผล” หลังจากโดรนตกใกล้สนามบินเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ทำให้คนงานพลเรือนได้รับบาดเจ็บ 4 คน โดรนอีกลำหนึ่งตกลงใกล้โรงเรียน
อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ยิงโดรนโจมตีอาเซอร์ไบจาน อิหร่านยังปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและเป้าหมายพลเรือนอื่น ๆ แม้ว่าขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านจะโจมตีสถานที่เหล่านั้นก็ตาม
เรือถูกโจมตีในอ่าวโอมานและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและหุ้นสหรัฐฯ ตกต่ำลง
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian