เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาอ้างว่า “อิหร่าน” และอีกหลายประเทศ ต่างครอบครองขีปนาวุธ “โทมาฮอว์ก” (Tomahawk) ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่ใช้โจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ครอบครองขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ส่วนญี่ปุ่นซื้อโทมาฮอว์ก 400 ลูกจากสหรัฐฯ และกำลังอยู่ในขั้นตอนการติดตั้งบนเรือรบในเดือน ต.ค. 2025
ทั้งนี้ ไม่มีข้อมูลจากแหล่งใดบ่งชี้ว่าอิหร่านได้ครอบครองขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กด้วย
ตามข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิต เรย์ธีออน (Raytheon) ขีปนาวุธร่อนเหล่านี้ “สามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำจากระยะ 1,000 ไมล์ แม้ในน่านฟ้าที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา”
ขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ยิงจากเรือดำน้ำถูกใช้ในการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อปี 2025 ด้วย
การชี้แจงของทรัมป์เกิดขึ้นหลังมีภาพปรากฏออกมา แสดงให้เห็นขีปนาวุธโทมาฮอว์ก BGM หรือ UGM-109 ซึ่งคาดว่าเป็นของสหรัฐฯ เล็งเป้าหมายไปที่ฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่อยู่ติดกับโรงเรียนที่ประถมดังกล่าว
เมื่อถูกถามว่า สหรัฐฯ จะยอมรับความรับผิดชอบใด ๆ ต่อการโจมตีครั้งนี้หรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “ผมจะบอกว่า โทมาฮอว์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุดนั้น ถูกใช้โดยประเทศอื่น ๆ คุณก็รู้ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน ซึ่งก็มีโทมาฮอว์กอยู่บ้าง”
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเสริมว่า “ผมคิดว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่โทมาฮอว์กถูกใช้โดยประเทศอื่น ๆ อย่างที่คุณรู้ ประเทศอื่น ๆ อีกมากมายมีโทมาฮอว์ก พวกเขาซื้อจากเรา แต่ผมจะยอมรับผลรายงานอย่างแน่นอน ไม่ว่ารายงานจะแสดงอะไรออกมา ผมก็ยินดีที่จะทำตามนั้น”
เรียบเรียงจาก CNN