หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอ้างว่า อิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในเมืองมินาบจนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าอาจยืนยันอีกครั้งว่า เป็นอิหร่านหรือประเทศอื่นที่โจมตีโรงเรียนดังกล่าว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังมีภาพหลักฐานใหม่ปรากฏออกมาว่า ขีปนาวุธที่ใช้ในการโจมตีพื้นที่ใกล้โรงเรียนประถมชาจาเรห์ ตัยยิบา เป็น “โทมาฮอว์ก” ซึ่งสหรัฐฯ มียู่ในครอบครอง ส่วนอิสราเอลไม่มี
เขาอ้างว่า “หลายประเทศก็ครอบครองขีปนาวุธโทมาฮอว์กกันทั่วไป”
“ผมจะบอกว่าโทมาฮอว์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุด ถูกขายและใช้งานโดยประเทศอื่น ๆ คุณก็รู้ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน ซึ่งก็มีโทมาฮอว์กอยู่บ้าง พวกเขาอยากได้มากกว่านี้ ... ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านหรือประเทศอื่น ๆ โทมาฮอว์กเป็นอาวุธทั่วไปมาก” เขากล่าว
เมื่อถูกนักข่าวอีกคนถามย้ำว่า ทำไมเขาถึงเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในคณะบริหารที่กล่าวโทษอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่า “เพราะผมไม่รู้เรื่องนี้มากพอ ผมคิดว่าผมได้รับแจ้งว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ขีปนาวุธโทมาฮอว์กนั้นถูกใช้โดยประเทศอื่น ๆ ด้วย อย่างที่คุณรู้ ประเทศอื่น ๆ อีกมากมายมีขีปนาวุธโทมาฮอว์ก พวกเขาซื้อจากเรา แต่ผมจะยอมรับผลรายงานตามที่ออกมาอย่างแน่นอน”
ทรัมป์กล่าวว่า “จากสิ่งที่ผมเห็น นั่นเป็นการกระทำของอิหร่าน”
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าวไม่ต่างจากเดิมว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกตรงกันว่า ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก “ไม่ใช่อาวุธทั่วไป” โดยมีสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ครอบครองอยู่ แต่ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าอิหร่านได้ครอบครองขีปนาวุธร่อนดังกล่าว
ตามรายงานของ CNN และการวิเคราะห์หลักฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ กองทัพสหรัฐฯ น่าจะเป็นผู้รับผิดชอบการโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนดังกล่าว และมีภาพปรากฏออกมาที่ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นขีปนาวุธของสหรัฐฯ กำลังเล็งเป้าหมายไปที่ฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่อยู่ติดกับโรงเรียน
เรียบเรียงจาก CNN