สำนักข่าว BBC รายงานว่า โบราณสถานสำคัญในเมืองอิสฟาฮานของอิหร่านได้รับความเสียหาย หลังการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสื่ออิหร่านและพยานในพื้นที่ระบุว่ามีการระเบิดเกิดขึ้นใกล้อาคารที่ทำการผู้ว่าราชการจังหวัด
หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับผลกระทบคือ พระราชวังเชเฮล โซตุน พระราชวังสมัยราชวงศ์ซาฟาวิด ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สำนักงานผู้ว่าการอิสฟาฮาน รายงานระบุว่า แรงระเบิดทำให้บางส่วนของกลุ่มอาคารพระราชวังเสียหาย
พระราชวังเชเฮล โซตุน มีชื่อเสียงจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง สระน้ำสะท้อนภาพ และห้องโถงประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17
ชาวเมืองอิสฟาฮานรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า พื้นที่รอบโบราณสถานถูกควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยถนนบริเวณรอบ ๆ ถูกปิดกั้น ประชาชนไม่สามารถเข้าใกล้พื้นที่ได้
เขาระบุว่า เจ้าหน้าที่ห้ามทั้งรถยนต์และคนเดินเท้าเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว รวมถึงยังมีการตรวจสอบหรือยึดโทรศัพท์มือถือในบางครั้ง ทำให้ภาพถ่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีน้อยมาก
ชาวเมืองยังกล่าวว่า ระหว่างอาคารพระราชวังเชเฮล โซตุน กับสำนักงานผู้ว่าการจังหวัดมีเพียงต้นไม้ไม่กี่ต้น และต้นไม้บางส่วนก็ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายในบริเวณรอบ จัตุรัสนักช์เอจาฮาน จัตุรัสยุคซาฟาวิดที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ เช่น พระราชวังอาลี คาปู และมัสยิดสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังยูเนสโก (UNESCO) ออกคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในอิหร่าน หลังการโจมตีครั้งก่อนในกรุงเตหะราน
ก่อนหน้านี้ ยูเนสโกระบุว่า พระราชวังโกเลสถานในเตหะรานได้รับความเสียหายจากเศษซากและแรงระเบิดจากการโจมตีทางอากาศใกล้จัตุรัสอาร์ก โดยหน่วยงานระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ที่มา: BBC