สงครามตะวันออกกลางดำเนินมาใกล้ครบสัปดาห์ที่ 2 แล้ว ล่าสุด ประธานาธิบดีอิหร่านออกมากาง 3 เงื่อนไข ในการยุติสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยความเคลื่อนไหวจาก ประธานาธิบดี มาซูด เปเซซเคียน ของอิหร่าน ที่ออกแถลงการณ์ผ่าน X กาง 3 เงื่อนไขในการยุติสงคราม โดยระบอบไซออนิสต์ คือ สหรัฐฯ และอิสราเอล จะต้องยอมรับสิทธิ์อันชอบธรรมของอิหร่าน และต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม เพื่อชดเชยความเสียหาย นอกจากนี้ จะต้องมีหลักประกันจากนานาชาติว่าจะไม่มีการโจมตีหรือรุกรานเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ได้แจ้งต่อสภาคองเกรสว่า จากการประเมินงบประมาณที่ใช้ในการโจมตีอิหร่านในช่วงระยะเวลา 6 วัน พบว่าค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 11,300 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 360,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามคริส คูนส์ สว.อาวุโสจากรัฐเดลาแวร์ สังกัดพรรคเดโมแครต เชื่อว่า ตัวเลขจริงอย่างสูงกว่านี้มาก เนื่องจากตัวเลขที่รายงานยังไม่ได้รวมทุกแง่มุมของสงคราม ถ้าดูเฉพาะงบที่ใช้ในการเติมอาวุธและเครื่องกระสุนที่ใช้ไป ก็น่าจะทะลุเกิน 10,000 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว ขณะที่โฆษกเพนตากอน ชี้แจงว่า เราจะยังไม่รู้งบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมด จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้น ในขณะที่รัฐบาลทรัมป์อยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะยื่นขออนุมัติงบเพิ่มเติมจากคองเกรส เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทำสงคราม
ด้านยูนิเซฟออกมาเปิดเผยว่า วิกฤตในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเด็กหลายล้านคนทั่วภูมิภาค โดยนับตั้งแต่เกิดสงคราม มีเด็กมากกว่า 1,100 คน บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในจำนวนนี้ มีอย่างน้อย 200 คนที่เสียชีวิตในอิหร่าน 91 คนในเลบานอน 4 คนในอิสราเอล และอีก 1 คนในคูเวต
ส่วนราคาน้ำมันที่ยังพุ่งสูง แม้นานาชาติจะเห็นพ้องระบายน้ำมันสำรอง 400 ล้านบาร์เรล ทางโฆษกของกองบัญชาการกลางกองทัพอิหร่าน ออกมาเตือนว่า อาจได้เห็นราคาน้ำมันพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมเน้นย้ำว่า จะไม่ปล่อยให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวหลุดรอดไปถึงศัตรู เรือลำใดก็ตามที่ขนน้ำมันไปให้ฝ่ายศัตรู จะตกเป็นเป้าหมายทันที