11 มี.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไปแล้ว 28 ลำ หลังสงครามดำเนินมานานกว่า 1 สัปดาห์
หากอิหร่านลักลอบวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเหมือนที่เคยทำในช่วงทศวรรษ 1980 สิ่งนี้จะกลายเป็น "ฝันร้าย" สำหรับหน่วยกู้ระเบิดของชาติตะวันตกทันที
ทุ่นระเบิดในทะเลคืออะไร?
อดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือฝรั่งเศส กล่าวว่า ทุ่นระเบิดคืออาวุธที่มีต้นทุนต่ำ แต่เป็นภัยคุกคามอย่างมากต่อการค้าทางทะเลและเสรีภาพในการปฏิบัติการของกองทัพเรือ
ทุ่นระเบิดในทะเลมีหลายประเภท ได้แก่ ทุ่นระเบิดแบบกระทบแตก (Contact mines) สามารถปล่อยให้ลอยไปตามกระแสน้ำ หรือยึดไว้กับสมอที่ก้นทะเล และจะระเบิดทันทีเมื่อสัมผัสกับตัวเรือ
ทุ่นระเบิดแบบอิทธิพล (Influence mines) ออกแบบมาเพื่อใช้ในเขตน่านน้ำตื้นของอ่าวเปอร์เซีย โดยจะวางไว้ที่ก้นทะเลและระเบิดเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบความร้อน เสียง หรือสนามแม่เหล็กจากเรือขนาดใหญ่ที่แล่นผ่านด้านบน
ทุ่นระเบิดแบบแม่เหล็ก (Limpet mines) ทุ่นระเบิดที่ต้องใช้เรือเร็วเข้าเพื่อนำไปติดที่ตัวเรือสินค้าโดยตรงและตั้งเวลาให้ระเบิด
อิหร่านมีทุ่นระเบิดในทะเลมากแค่ไหน?
เอลี เทเนนบัม นักวิจัยจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งฝรั่งเศส (IFRI) ประมาณการว่า อิหร่านมีทุ่นระเบิดน้ำประมาณ 5,000–6,000 ลูก ซึ่งรวมถึง "ทุ่นระเบิดแบบปล่อยลอย" ที่ตรวจจับและสกัดได้ยากมาก
หน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ (DIA) ระบุในรายงานปี 2019 ว่าอิหร่านสามารถวางทุ่นระเบิดเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เรือขนาดเล็กที่มีความเร็วสูง ซึ่งปรับแต่งเป็นเรือวางทุ่นระเบิดเพื่อความแนบเนียน
ประวัติการใช้งานในอดีต
อิหร่านเคยวางทุ่นระเบิดในทะเลในช่วงความขัดแย้งกับอิรักช่วงทศวรรษ 1980 ที่เรียกว่า “สงครามเรือบรรทุกน้ำมัน” ทำให้สหรัฐฯ ต้องส่งเรือรบมาคุ้มกันเรือพาณิชย์
ขณะที่ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซ๊ยในปี 1991 กองทัพอิรักเคยวางทุ่นระเบิด 1,300 ลูก สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เรือรบสหรัฐฯ 2 ลำ รวมถึงเรือยูเอสเอส ปรินซ์ตัน (USS Princeton) ซึ่งต้องใช้งบซ่อมแซมสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ฝันร้ายสำหรับการเก็บกู้
แม้ชาติตะวันตกจะมีขีดความสามารถในการกู้ระเบิด แต่ปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซจะมีความซับซ้อนและกินเวลานานมาก
สหรัฐฯ เพิ่งปลดประจำการเรือทำลายทุ่นระเบิดชั้นอเวนเจอร์ (Avenger) 4 ลำในบาห์เรนไปเมื่อเดือนมกราคม โดยใช้เรือรบประเภทอื่นที่มีระบบกู้ระเบิดมาแทน ซึ่งก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ
ส่วนยุโรปเอง แม้จะมีขีดความสามารถดีกว่าสหรัฐฯ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามปัจจุบัน
อังกฤษได้ถอนเรือทำลายทุ่นระเบิด 4 ลำสุดท้ายออกจากอ่าวเปอร์เซียเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่ฝรั่งเศสเหลือเรือเฉพาะทางเพียง 8 ลำ จากเดิม 13 ลำ และไม่ได้ส่งเข้ามาในอ่าวเปอร์เซียเป็นเวลานานแล้ว
เบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ แม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ยังคงรอการส่งมอบเรือรุ่นใหม่ที่ติดตั้งโดรนค้นหาทุ่นระเบิดเพื่อทำลายระเบิดจากระยะปลอดภัย
ส่วนกลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับมีเพียงนักประดาน้ำกู้ระเบิด
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า ก่อนจะทำลายทุ่นระเบิดได้ ก็ต้องหาให้เจอเสียก่อน หมายความว่าการหาทุ่นระเบิดให้เจอนั้นยากกว่าการทำลาย