วันที่ 16 มี.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งปล่อยน้ำมันสำรองของบริษัทเอกชน หลังพิจารณาแล้วว่า มีความเสี่ยงที่จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่เข้ามายังญี่ปุ่นจากตะวันออกกลางจะลดลงอย่างมากในสัปดาห์นี้ และรัฐบาลหวังว่าจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานโดยเริ่มปล่อยน้ำมันสำรองก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น
โดยรัฐบาลได้สั่งปล่อยน้ำมันสำรองเอกชนในปริมาณเทียบเท่ากับการสำรอง 15 วัน และจะปล่อยน้ำมันสำรองแห่งชาติของรัฐบาล ในปริมาณเทียบเท่ากับการสำรอง 1 เดือน
คาดว่าปริมาณรวมจะอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า จะลดปริมาณน้ำมันสำรองที่กำหนดให้โรงกลั่นน้ำมันเอกชนขนาดใหญ่และบริษัทอื่น ๆ ต้องสำรองไว้ จากนั้นจึงเริ่มปล่อยน้ำมันสำรองเหล่านั้นออกมา
เดิมบริษัทเหล่านี้จำเป็นต้องสำรองน้ำมันให้เพียงพอสำหรับการใช้เฉลี่ยต่อวันเป็นเวลา 70 วัน แต่การลดปริมาณการสำรองเหลือ 55 วัน จะช่วยให้มีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น
ตามข้อมูลจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่เข้ามาในญี่ปุ่นลดลงอย่างมากตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. เป็นต้นไป รัฐบาลตั้งใจที่จะเริ่มปล่อยน้ำมันในปริมาณมากก่อนหน้านั้น เพื่อให้แน่ใจว่ามีอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงน้ำมันเบนซินอย่างมีเสถียรภาพ
ในส่วนของปริมาณสำรองน้ำมัน องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก็ได้ตกลงกับประเทศสมาชิกที่จะประสานงานการปล่อยน้ำมันในปริมาณมากเป็นประวัติการณ์ และขณะนี้กำลังพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้หรือไม่
ในการปล่อยน้ำมันสำรองแห่งชาติ รัฐบาลจะขายน้ำมันดิบปริมาณเท่ากับที่เก็บไว้ 1 เดือนให้กับโรงกลั่นน้ำมันในปลายเดือนนี้ เพื่อนำน้ำมันเข้าสู่ระบบหมุนเวียนในตลาด เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีอุปทานอย่างรวดเร็ว
เรียบเรียงจาก NHK