Top-Songkran69 Top-Songkran69

เกาะติดสงครามอิหร่าน 16 มี.ค. 69 “เนทันยาฮู” สยบข่าวลือเสียชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กองทัพอิสราเอลลั่นยังมีเป้าหมายอีกนับพันแห่งในอิหร่านให้โจมตี ขณะที่ “เนทันยาฮู” โพสต์คลิปไปร้านกาแฟ สยบข่าวลือเสียชีวิต

“เนทันยาฮู” โผล่ร้านกาแฟ สยบข่าวลือเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้โพสต์วิดีโอขณะกำลังดื่มกาแฟและพูดคุยกับผู้ช่วยอย่างเป็นกันเอง หลังจากเกิดข่าวลือสะพัดบนโลกออนไลน์ในอิหร่านว่าเขาเสียชีวิตแล้ว

ในวิดีโอซึ่งถ่ายที่ร้านกาแฟบริเวณชานเมืองเยรูซาเลมและโพสต์ลงในบัญชีเทเลแกรม ผู้ช่วยได้ถามเนทันยาฮูถึงข่าวลือดังกล่าว ซึ่งเนทันยาฮูได้ตอบกลับโดยเล่นคำในภาษาฮีบรูที่เกี่ยวกับคำว่า “ตาย” อย่างอารมณ์ดี ในขณะที่เขากำลังหยิบกาแฟขึ้นมาดื่ม

“เนทันยาฮู” สยบข่าวลือเสียชีวิต IG/b.netanyahu
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

โดยเมื่อผู้ช่วยถามว่า “ท่านนายกฯ ในเน็ตเขากำลังลือกันว่าท่านตายแล้ว” เนทันยาฮูตอบว่า “ผมน่ะชอบกาแฟมากเลยนะ แต่ผมรักประชาชนของผมมากกว่าอีก ดูสิ่งที่พวกเขาทำสิ ยอดเยี่ยมมาก คุณอยากจะนับนิ้วมือผมดูไหมล่ะ"

ผู้ช่วยจึงขอโชว์มือให้ดู ซึ่งเนทันยาฮูได้โชว์ให้เห็นมือทั้งสองข้าง และบอกว่า “เป็นไง กาแฟดีมาก เยี่ยม"

นายกฯ อังกฤษแถลงด่วน ประกาศมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน

วันที่ 16 มี.ค. เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

สตาร์เมอร์เริ่มต้นสุนทรพจน์ที่ทำเนียบดาวนิงสตรีทด้วยการชี้แจงถึงการตอบสนองต่อสงครามในอิหร่านของอังกฤษ เขากล่าวว่า อังกฤษมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ โดยสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการ "ปกป้องประชาชนของเราในภูมิภาค"

สตาร์เมอร์กล่าวต่อว่า ประการที่สอง ในขณะที่ดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องตนเองและพันธมิตรของเรา เราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามในวงกว้าง และประการที่สาม เราจะทำงานต่อไปเพื่อหาทางออกอย่างรวดเร็วที่จะนำความมั่นคงและเสถียรภาพกลับคืนสู่ภูมิภาค และหยุดยั้งภัยคุกคามจากอิหร่านต่อประเทศเพื่อนบ้าน

สตาร์เมอร์กล่าวว่า เขาต้องการให้สงครามยุติลง “โดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งยืดเยื้อ สถานการณ์ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้น และยิ่งทำให้ค่าครองชีพในประเทศสูงขึ้น”

เขากล่าวว่า ผลกระทบต่อค่าครองชีพเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ “ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้ไปเยี่ยมศูนย์ชุมชนในอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ และผมรู้ว่าผู้คนกังวลจริงๆ ว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างไร”

เขาเสริมว่า “และดูสิ ผมเติบโตมาในชนชั้นแรงงานในช่วงทศวรรษ 1970 ผมจำได้ว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินให้พอใช้จ่าย มันเป็นความรู้สึกจุกในอกทุกครั้งที่บิลค่าใช้จ่ายมาถึงบ้าน และนั่นคือสิ่งที่ผมคำนึงถึงเป็นอันดับแรกในการรับมือกับวิกฤตนี้”

สตาร์เมอร์กล่าวว่า ชาวอังกฤษ 92,000 คนในภูมิภาคนี้ได้เดินทางกลับประเทศแล้วโดยเที่ยวบินพาณิชย์และเที่ยวบินเช่าเหมาลำของรัฐบาล และเขากล่าวว่ากองทัพกำลังทำงาน “ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องชีวิตและผลประโยชน์ของชาวอังกฤษ และสนับสนุนพันธมิตรในอ่าวของเรา”

สตาร์เมอร์กล่าวว่า บริษัทพลังงานจะได้รับ "คำสั่งทางกฎหมาย" เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องค่าครองชีพ อันเป็นผลมาจากสงครามอิหร่าน

ประการแรก รัฐบาลอังกฤษได้กำหนดเพดานค่าไฟฟ้าจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนได้ 117 ปอนด์ (ราว 5,000 บาท) และนั่นยังไม่รวมส่วนลดค่าไฟบ้าน 150 ปอนด์ (ราว 6,450 [km) สำหรับผู้ที่เปราะบางที่สุดในสังคม

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในตลาดพลังงานในตอนนี้ ภายใน 3 สัปดาห์ ค่าไฟฟ้าของคุณจะลดลงและถูกจำกัดไว้ในอีก 3 เดือนข้างหน้า" สตาร์เมอร์กล่าว

และเขาบอกว่า รัฐบาลกำลัง "ให้คำสั่งทางกฎหมายแก่บริษัทพลังงานเพื่อให้แน่ใจว่าเงินออมทุกปอนด์ที่เราได้ดำเนินการผ่านงบประมาณปีที่แล้วจะถูกส่งต่อไปยังลูกค้าโดยตรง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

สตาร์เมอร์กล่าวว่า มาตรการที่สองคือการขยายเวลาลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงไปจนถึงเดือน ก.ย. และเขากล่าวว่า ได้แจ้งให้บริษัทพลังงานทราบอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่ควรหากำไรจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงคราม

มาตรการที่สาม สตาร์เมอร์กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้เงิน 53 ล้านปอนด์ (ราว 2.28 พันล้านบาท) ช่วยเหลือชุมชนในชนบทที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

CMA (หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันและตลาดอังกฤษ) รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ซัพพลายเออร์ยกเลิกคำสั่งซื้อและขึ้นราคา ซึ่งพฤติกรรมเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นหากบริษัทใดทำผิดกฎหมาย จะมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย

"เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าตลาดนี้มีการควบคุมน้อยเกินไป เราจะแก้ไขให้ถูกต้องเพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอที่ดีขึ้น แต่เราจะไม่รอเพียงแค่นั้น ผมขอประกาศการสนับสนุนทันทีสำหรับลูกค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เปราะบางในวันนี้ โดยจัดสรรเงิน 53 ล้านปอนด์สำหรับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด" สตาร์เมอร์กล่าว

สตาร์เมอร์กล่าวว่า มาตรการที่สี่คือการผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อังกฤษพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้ โดยการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น

และมาตรการที่ห้าคือการทำงานทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง

นายกอังกฤษแถลงด่วน Reuters/BROOK MITCHELL/Pool
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

อิสราเอลอ้าง ทำลายฐานยิงขีปนาวุธอิหร่านไปแล้ว 70%

วันที่ 16 มี.ค. กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้ทำลายฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านไปแล้วประมาณ 70% ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของสงคราม

พันโท นาดาฟ โชชานี โฆษกกองทัพ กล่าวว่า แม้ว่าอิหร่านจะยังคงยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล แต่จำนวนการยิงลดลงอย่างมาก

เขากล่าวว่า อิสราเอลได้โจมตีอิหร่านไปแล้วประมาณ 7,600 ครั้ง ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านไป 85% และโจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ของอิหร่านหลายแห่ง

โชชานีกล่าวว่า สงครามจะดำเนินต่อไป "ตราบเท่าที่จำเป็น" และกล่าวว่าอิสราเอลยังมีเป้าหมายอีกหลายพันแห่งที่พร้อมจะโจมตี

จีนไม่ตอบ ปม “ทรัมป์” ขอให้ช่วยส่งเรือรบไปฮอร์มุซ

วันที่ 16 มี.ค. กระทรวงการต่างประเทศของจีนแสดงความกังวลอีกครั้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่ โดยไม่ได้กล่าวถึงการส่งเรือไปช่วยรักษาความปลอดภัยตามที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้อง

โฆษกกระทรวงฯ หลิน เจี้ยน กล่าวว่า สถานการณ์ตึงเครียดและบั่นทอนเสถียรภาพโลก พร้อมเสริมว่า “จีนขอเรียกร้องอีกครั้งให้ทุกฝ่ายยุติการปฏิบัติการทางทหารโดยทันที หลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียด และป้องกันไม่ให้ความปั่นป่วนในภูมิภาคส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลกมากขึ้น”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของทรัมป์ หลินกล่าวว่า “การทูตของประมุขแห่งรัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์แก่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายยังคงติดต่อสื่อสารกันเกี่ยวกับการเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์”

เขายังหลีกเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับว่าจีนได้รับคำขอจากสหรัฐฯ ให้ส่งเรือไปยังน่านน้ำรอบช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่

จีนไม่ตอบปมทรัมป์ขอส่งเรือรบไปฮอร์มุซ Reuters/Tingshu Wang
หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน

รัฐบาลอังกฤษวางแผนส่งโดรนกวาดล้างทุ่นระเบิดไปช่องแคบฮอร์มุซ

คณะรัฐมนตรีอังกฤษกำลังวางแผนที่จะส่งโดรนกวาดล้างทุ่นระเบิดไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความกังวลในทำเนียบรัฐบาลว่า การปฏิบัติตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ส่งเรือรบไป อาจทำให้วิกฤตการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น

เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอังกฤษ กล่าวเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า “เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง มีหลายวิธีที่เราสามารถช่วยเหลือได้ รวมถึงการใช้โดรนตรวจจับทุ่นระเบิด”

เขากล่าวเสริมว่า “เรากำลังพิจารณาสิ่งเหล่านี้ร่วมกับพันธมิตรของเรา ทุกทางเลือกที่สามารถช่วยให้ช่องแคบเปิดได้กำลังถูกพิจารณาอยู่”

เจ้าหน้าที่อังกฤษกล่าวว่า พวกเขายินดีรับฟังแนวคิดโดรนกวาดล้างทุ่นระเบิด และคาดว่าจะเปิดเผยแผนเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม พวกเขายังลังเลที่จะส่งเรือรบไปยังช่องแคบ เนื่องจากกองทัพเรืออยู่ในสภาพที่อ่อนแอและผลที่ตามมาที่อาจเกิดขึ้น

เรือ HMS Dragon ซึ่งเป็นเรือพิฆาตแบบ Type 45 ออกจากพอร์ตสมัธเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมุ่งหน้าไปยังไซปรัส และอาจถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลาง

ในขณะเดียวกัน เรือกวาดทุ่นระเบิดลำสุดท้ายของอังกฤษในภูมิภาคนี้ คือเรือ HMS Middleton ได้ออกจากบาห์เรนเพื่อไปซ่อมบำรุงไม่กี่วันก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้กำลังเป็นประเด็นถกเถียงภายในรัฐบาลว่าอังกฤษได้เตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งนี้อย่างเพียงพอหรือไม่

เจ้าหน้าที่อังกฤษมองในแง่ดีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้โดรนกวาดล้างทุ่นระเบิด ซึ่งจะทำให้ทุ่นระเบิดระเบิดอย่างปลอดภัยโดยการเลียนแบบการเคลื่อนไหวของเรือ พวกเขายังวางแผนที่จะส่งโดรนต่อต้านทุ่นระเบิด Octopus ซึ่งกำลังผลิตสำหรับยูเครน แต่ก็อาจถูกนำไปใช้ในอ่าวเปอร์เซียได้เช่นกัน

“ทรัมป์” สั่งเปิดท่อส่งน้ำมันแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางเสียงคัดค้าน

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อใช้ท่อส่งน้ำมันนอกชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง ซึ่งเป็นการเดินหน้าแผน 5 ปีในการฟื้นฟูการดำเนินงานด้านน้ำมันของรัฐที่ปิดตัวลงไปแล้ว แม้จะมีเสียงคัดค้านจากรัฐแคลิฟอร์เนียก็ตาม โดยวิจารณ์ว่า การกระทำนี้แทบจะไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกเลย

ทรัมป์ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรต์ ได้สั่งการให้บริษัทน้ำมันและก๊าซ Sable Offshore Corp. ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส ฟื้นฟูหน่วยผลิตน้ำมัน Santa Ynez และเครือข่ายท่อส่งน้ำมันตามแนวชายฝั่งของเทศมณฑลซานตาบาร์บารา

กระทรวงพลังงานกล่าวว่า คำสั่งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ “แก้ไขความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทาน” และลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งส่วนสำคัญนั้นขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปิดไปนับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน

ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประณามการกระทำดังกล่าว โดย แกวิน นิวซัม เรียกว่า เป็นการกระทำที่ “สิ้นหวัง ประมาท และผิดกฎหมาย” ส่วนอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย ร็อบ บันตา กล่าวว่า นี่เป็น “การใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างโจ่งแจ้งครั้งล่าสุด”

นิวซัมบอกว่า “นี่คือความพยายามที่จะเปิดท่อส่งน้ำมันอีกครั้งอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ดำเนินการกำลังเผชิญกับข้อหาทางอาญาและถูกศาลสั่งห้ามไม่ให้เปิดดำเนินการอีกครั้งหลายคำสั่ง”

ท่อส่งน้ำมันที่ดำเนินการโดยบริษัทดังกล่าวปิดทำการมาตั้งแต่เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลครั้งใหญ่ในปี 2015

กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวสามารถผลิตน้ำมันได้ประมาณ 50,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าความต้องการน้ำมันของสหรัฐฯ ที่ประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน นิวซัมกล่าวถึงน้ำมันจากท่อส่งนี้ว่าเป็นเพียง “หยดน้ำมันในมหาสมุทร” และกล่าวว่า “มันจะไม่มีผลกระทบต่อการลดราคาน้ำมันโลก”

สหรัฐฯ ย้ายทหารในญี่ปุ่นไปตะวันออกกลาง

รายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ เริ่มเคลื่อนย้ายนาวิกโยธินกว่า 2,000 นายจากเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลางแล้ว

มีรายงานว่านาวิกโยธินเหล่านี้อยู่บนเรือยกพลขึ้นบก Tripoli ซึ่งมีท่าเรือหลักอยู่ที่ซาเซโบะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น

ทหารเหล่านี้สังกัดหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 ในโอกินาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของกำลังพลสหรัฐฯ มากกว่าครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 50,000 นายที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่น

เรือ Tripoli ซึ่งมีเครื่องบินขับไล่ F-35 ประจำการ คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการเดินทางถึงตะวันออกกลาง

การเคลื่อนย้ายกำลังทหารสหรัฐฯ จากเอเชียตะวันออกได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการรักษาความมั่นคงของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ท่ามกลางกิจกรรมทางทะเลของจีนที่เพิ่มมากขึ้นในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ และการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวว่า เธอไม่มีแผนที่จะส่งกองกำลังป้องกันตนเองของประเทศไปช่วยคุ้มครองการจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซในทันที

เธอกล่าวต่อสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 16 มี.ค. ว่า “เรายังไม่ได้ตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับการส่งเรือคุ้มกัน เรากำลังพิจารณาอย่างต่อเนื่องว่าญี่ปุ่นสามารถทำอะไรได้บ้างโดยอิสระ และอะไรที่สามารถทำได้ภายในกรอบกฎหมาย”

ญี่ปุ่นสามารถส่งกำลังทหารไปต่างประเทศเพื่อสนับสนุนพันธมิตรได้ หากเชื่อว่าความมั่นคงของตนเองถูกคุกคาม แต่การมีส่วนร่วมทางทหารใดๆ ในสงครามกับอิหร่านจะเป็นเรื่องยากสำหรับโตเกียวที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนได้ทั้งในทางการเมืองและทางกฎหมาย รวมถึงไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย

ข่าวกรองสหรัฐฯ อ้าง “อาลี คาเมเนอี” ไม่ได้อยากให้ “มุจตาบาอี” สืบทอด

รายงานข่าวกรองใหม่จากสหรัฐฯ ระบุว่า อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “อาลี คาเมเนอี” มีความกังวลใจเกี่ยวกับการที่บุตรชายของเขา “มุจตาบาอี คาเมเนอี” จะขึ้นมาสืบทอดตำแหน่ง

รายงานระบุว่า อาลีมีความกังวลเกี่ยวกับการที่มุจตาบาจะขึ้นมามีอำนาจ เนื่องจากมองว่าเขา "ไม่ฉลาดนัก" และ "ไม่มีคุณสมบัติ" ที่จะเป็นผู้นำ แหล่งข่าวหลายแห่งยังบอกว่า อดีตผู้นำสูงสุดทราบดีว่าบุตรชายของเขามี "ปัญหาในชีวิตส่วนตัว"

ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่นประกาศ ไม่ส่งเรือรบไปช่องแคบฮอร์มุซ

หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ช่วยรักษาความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซด้วยการส่งเรือรบมาคุมสถานการณ์ ล่าสุดวันที่ 16 มี.ค. มีรายงานว่า ออสเตรเลียและญี่ปุ่นประกาศจะไม่ส่งเรือรบไป

โดย แคทเธอรีน คิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออสเตรเลีย กล่าวเมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่า ออสเตรเลียจะไม่ส่งเรือไปยังช่องแคบฮอร์มุซ

เธอบอกว่า ประเทศออสเตรเลียไม่ได้รับการร้องขอให้ส่งเรือไปยังช่องแคบ ซึ่งถูกอิหร่านปิดกั้นนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 2 สัปดาห์ก่อน

“เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าเราจะให้ความช่วยเหลืออะไรบ้างตามคำขอ และจนถึงตอนนี้คือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แน่นอนว่าคือการจัดหาเครื่องบินเพื่อช่วยในการป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมีชาวออสเตรเลียจำนวนมากอยู่ในพื้นที่นั้น แต่เราจะไม่ส่งเรือไปยังช่องแคบฮอร์มุซ” คิงกล่าว

เธอเสริมว่า “เรารู้ว่ามันสำคัญมากเพียงใด แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราได้รับการร้องขอหรือที่เราจะให้ความช่วยเหลือ”

ทรัมป์ได้เพิ่มแรงกดดันต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ ให้ส่งเรือไปยังช่องแคบ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากออสเตรเลียอย่างชัดเจนก็ตาม

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 15 มี.ค. “เป็นเรื่องเหมาะสมแล้วที่ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากช่องแคบนี้จะช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายใดๆ ขึ้นที่นั่น หากไม่มีการตอบสนอง หรือหากมีการตอบสนองในเชิงลบ ผมคิดว่ามันจะเป็นผลเสียอย่างมากต่ออนาคตของนาโต”

ส่วนญี่ปุ่นที่ถูกทรัมป์เอ่ยชื่อในการขอให้ช่วยส่งเรือรบ ล่าสุดวันที่ 16 มี.ค. กล่าวว่า จะไม่ส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ “ในขณะนี้”

โดย โคอิซูมิ ชินจิโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวต่อรัฐสภาว่า “ในสถานการณ์อิหร่านปัจจุบัน เรายังไม่ได้พิจารณาที่จะเริ่มปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางทะเลในขณะนี้”

อิหร่านเผยยิงขีปนาวุธไปแล้ว 700 ลูก

วันที่ 16 มี.ค. โฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 700 ลูกและโดรน 3,600 ลำใส่เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาของการยิงที่อ้างถึง สถานที่เป้าหมาย หรือขอบเขตของความเสียหายใด ๆ

“ทรัมป์” จี้อีกครั้ง ให้นานาชาติส่งเรือรบ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ทรัมป์ออกมาเรียกร้องไปยังประเทศต่าง ๆ อีกครั้งให้ส่งเรือรบคุมสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์กล่าวว่า “เป็นเรื่องเหมาะสม” ที่ประเทศที่ได้รับประโยชน์จากช่องแคบฮอร์มุซจะให้ความช่วยเหลือในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่ายุโรปและจีนพึ่งพาแหล่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเป็นอย่างมาก โดยบอกว่า ฝ่ายบริหารได้หารือกับประมาณ 7 ประเทศเกี่ยวกับการควบคุมดูแลช่องแคบฮอร์มุซ

เขาเตือนว่า หากไม่มีการตอบสนองจากประเทศอื่น ๆ อาจ “เลวร้ายมากสำหรับอนาคตของนาโต” โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ “ใจดี” กับพันธมิตรในยุโรปมาโดยตลอด

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวต่อว่า “เราไม่จำเป็นต้องช่วยพวกเขาเรื่องยูเครน ยูเครนอยู่ห่างจากเราหลายพันไมล์ แต่เราก็ช่วยพวกเขา ตอนนี้เราจะได้เห็นกันว่าพวกเขาจะช่วยเราหรือไม่ เพราะผมพูดมานานแล้วว่าเราจะอยู่เคียงข้างพวกเขา แต่พวกเขาจะไม่อยู่เคียงข้างเรา และผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะอยู่เคียงข้างเราหรือไม่”

หลังจากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนาโตแล้ว ทรัมป์ยังได้พูดคุยเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดที่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงปักกิ่งกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ด้วย

เขากล่าวว่าการเยือนซึ่งกำหนดไว้ปลายเดือน มี.ค. อาจล่าช้าออกไป แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าจีนจะให้ความช่วยเหลือในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อนการประชุม และกล่าวว่าประเทศจีนได้รับน้ำมัน 90% ผ่านช่องแคบนี้

ทรัมป์กล่าวว่า เขาถามจีนว่า “คุณอยากเข้ามาไหม?” และกล่าวว่าจะรอดูว่าจีนจะตัดสินใจอย่างไร เขากล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า จีนพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างมาก

ไฟไหม้สนามบินดูไบ

เช้าวันที่ 16 มี.ค. เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือนของดูไบยังคงเร่งดับไฟที่เกิดจาก “เหตุการณ์โดรน” ใกล้กับสนามบินนานาชาติดูไบ

สำนักงานสื่อของดูไบกล่าวในโซเชียลมีเดียว่า ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บใด ๆ โดย “โดรนชนเข้ากับถังเชื้อเพลิงถังหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงสนามบินนานาดูไบ” ทำให้เกิดเพลิงไหม้

ทีมป้องกันภัยพลเรือนยังคงพยายามควบคุมเพลิง ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนดูไบประกาศระงับเที่ยวบินชั่วคราวที่สนามบินนานาดูไบ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ทุกคน

สหรัฐฯ ใช้เงินแล้วเกือบ 4 แสนล้านบาทในการทำสงครามอิหร่าน

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. เควิน แฮสเซ็ตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระดับสูงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ใช้เงินไปแล้ว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.89 แสนล้านบาท) ในสงครามกับอิหร่าน นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการใช้เงินมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.62 แสนล้านบาท) ไปกับกระสุนปืนเพียงอย่างเดียวในสัปดาห์แรก ซึ่งเป็นประเด็นที่แฮสเซ็ตต์ไม่ได้กล่าวถึงโดยตรง

อย่างไรก็ตาม แฮสเซ็ตต์มองข้ามภัยคุกคามทางเศรษฐกิจของสงครามต่อสหรัฐฯ เขากล่าวว่า ตลาดการเงินที่กำหนดราคาสัญญาพลังงานในอนาคตกำลังคาดการณ์ถึงการยุติสงครามอย่างรวดเร็วและราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งขัดแย้งกับความกังวลของผู้บริโภคในสหรัฐฯ เกี่ยวกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตามสถานีบริการน้ำมัน

เขากล่าวว่า การหยุดชะงักของการขนส่งทางเรือในอ่าวเปอร์เซีย จะส่งผลกระทบต่อประเทศที่พึ่งพาน้ำมันในภูมิภาคนี้มากกว่าสหรัฐฯ “เศรษฐกิจของอเมริกาจะไม่ได้รับความเสียหายจากสิ่งที่อิหร่านกำลังทำ เรามีน้ำมันมากมายมหาศาล”

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ เตือนว่า การโจมตีอิหร่าน “กำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก” ซึ่งบ่งชี้ว่าค่าใช้จ่ายกำลังมุ่งไปในทิศทางเดียวเท่านั้น

ความสับสนเรื่องค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นควบคู่ไปกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับจุดประสงค์ของสงคราม

คำแถลงของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับเป้าหมายของสงครามได้เปลี่ยนไปจากการทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ไปเป็นการลดศักยภาพของขีปนาวุธ และตอนนี้เป็นการคุกคามโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านเกี่ยวกับการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านใช้ขีปนาวุธ “เซจจิล" ครั้งแรก

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงเมื่อวันที 15 มี.ค. ว่า ได้นำขีปนาวุธ “เซจจิล” (Sejjil) ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยกลางเชื้อเพลิงแข็ง มาใช้เป็นครั้งแรกในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

IRGC ระบุว่า ได้เปิดฉากโจมตีระลอกที่ 54 ภายใต้ปฏิบัติการ True Promise 4 ซึ่งในปฏิบัติการนี้ กองทัพยังได้ใช้ขีปนาวุธรุ่นไคเบอร์ เชคาน, กาดร์ และเอหมัด รวมถึงมีการติดตั้งขีปนาวุธคอร์รัมชาร์ร่วมด้วย

อิหร่านอ้างว่า การโจมตีครั้งนี้พุ่งเป้าอย่างแม่นยำไปยังจุดยุทธศาสตร์หลายแห่งในอิสราเอล รวมถึงศูนย์บริหารจัดการปฏิบัติการทางอากาศและศูนย์ตัดสินใจ โครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมทหารและการป้องกันประเทศ ตลอดจนจุดรวมพลของกองทัพอิสราเอล

ในเวลาต่อมา กองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงว่า ตรวจพบขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่านมุ่งหน้ามายังอิสราเอล ซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศได้พยายามสกัดกั้น โดยแหล่งข่าวในอิสราเอลระบุว่า การโจมตีระลอกล่าสุดนี้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 รายในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ

อิหร่านใช้ขีปนาวุธ “เซจจิล” (Sejjil) เป็นครั้งแรก Reuters/China Central Television (CCTV)
อิหร่านใช้ขีปนาวุธ “เซจจิล” (Sejjil) เป็นครั้งแรก

อิหร่านเตือนนานาประเทศ อย่าร่วมวงสงคราม

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ระบุว่า ร่มความมั่นคงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยรูพรุน และเป็นตัวเรียกปัญหามากกว่าจะช่วยยับยั้ง พร้อมเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านขับไล่ผู้รุกรานต่างชาติออกไป

คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากที่อิหร่านได้ส่งสารแข็งกร้าวถึงประเทศเพื่อนบ้านว่า อิหร่านมีหลักฐานชัดเจนว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเหล่านั้นถูกใช้เป็นฐานปล่อยขีปนาวุธเพื่อโจมตีอิหร่าน

ท่าทีดังกล่าวของอิหร่านเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้น จนส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกปั่นป่วน

อิหร่านพร้อมเจรจาประเทศที่อยากเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านพร้อมที่จะเจรจากับประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย และได้รับการติดต่อจากหลายประเทศแล้ว

เมื่อถูกถามว่า อิหร่านจะอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซผ่านจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญนี้อีกครั้งได้หรือไม่ อารักชีกล่าวว่า “เราพร้อมที่จะเจรจากับประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย”

เขาเสริมว่า “ผมไม่สามารถเอ่ยชื่อประเทศใดประเทศหนึ่งได้ แต่เราได้รับการติดต่อจากหลายประเทศที่ต้องการให้เรือของพวกเขาสัญจรผ่านได้อย่างปลอดภัย”

แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่า การตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับกองทัพอิหร่าน “นี่เป็นเรื่องที่กองทัพของเราต้องตัดสินใจ และพวกเขาก็ได้ตัดสินใจแล้วที่จะอนุญาตให้เรือกลุ่มหนึ่งจากหลายประเทศผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นเราจึงให้การรักษาความปลอดภัยแก่พวกเขาในการผ่านไป”

อารักชีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันอิหร่านไม่ได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิงหรือเจรจากับสหรัฐฯ ท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าพวกเขา “พร้อมที่จะปกป้องตนเองตราบเท่าที่จำเป็น”

ขณะที่เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของอินเดียกล่าวกับ CNN ว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่มุ่งหน้าไปยังอินเดียได้แล่นผ่านช่องแคบแล้ว

โดย สุพรหมณยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย ให้สัมภาษณ์กับไฟแนเชียลไทม์สว่า เรือขนส่งเชื้อเพลิงของอินเดีย 2 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากอินเดียได้เจรจาโดยตรงกับอิหร่าน 

อิหร่านพร้อมเจรจาประเทศที่อยากเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ Reuters/Stringer/File Photo
เรือน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ (แฟ้มภาพ)

อิสราเอลลั่น ยังมีเป้าหมายอีกเป็นพันในอิหร่านให้โจมตี

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอล แถลงผ่านโทรทัศน์ว่า กองทัพอิสราเอลยังมีเป้าหมายอีกนับพันแห่งในอิหร่านที่เตรียมจะเข้าโจมตี โดยมีการพบเป้าหมายใหม่ ๆ ทุกวัน และกองทัพอิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีในอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่อไป จนกว่าจะกำจัดภัยคุกคามจนหมดสิ้นและบรรลุวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการในครั้งนี้

คำแถลงของโฆษกกองทัพอิสราเอลมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากอิสราเอลขยายขอบเขตการโจมตีครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 200 แห่งในช่วงวันที่ผ่านมา โดยระบุว่าปฏิบัติการนี้มุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคกลาง

วิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มี.ค. เผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นเหนืออาคารตำรวจในเมืองฮามาดาน (Hamadan) หลังอิสราเอลได้ส่งฝูงบินรบโจมตีเป้าหมายเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงกองบัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (IRGC) และกองกำลังบาซิจ (Basij) ในเมืองฮามาดานด้วย

อิสราเอลปัดข่าวเจรจาเลบานอน-ขีปนาวุธสกัดกั้นร่อยหรอ

ส่วนที่เลบานอน อิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างต่อเนื่อง 

เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามในตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เริ่มเปิดฉากยิงใส่อิสราเอล โดยอ้างว่าเพื่อล้างแค้นให้กับการสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ทางด้านอิสราเอลได้โจมตีตอบโต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วมากกว่า 800 ราย และประชาชนอีกกว่า 800,000 คนต้องทิ้งบ้านเรือนเพื่ออพยพหนีภัย

ด้าน กิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล ได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่าอิสราเอลได้แจ้งต่อสหรัฐฯ ว่าขีปนาวุธสกัดกั้นกำลังจะหมดลง นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธรายงานที่ว่าอิสราเอลอาจเปิดการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนในเร็ว ๆ นี้

เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian

Bottom-Songkran69 Bottom-Songkran69

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ