ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่าน Truth Social ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือเล็กของอิหร่าน 7 ลำ ระหว่างดำเนินปฏิบัติการเปิดเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์บอกว่า “เรายิงเรือเล็กหรือที่พวกเขาเรียกว่า 'เรือเร็ว' จมไปแล้ว 7 ลำ นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขามี”
อย่างไรก็ตาม สื่อทางการอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าได้จมเรือเหล่านั้น
ทรัมป์ยังบอกว่า อิหร่านได้ยิงใส่ประเทศที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยมีเรือของเกาหลีใต้ลำหนึ่งได้รับความเสียหาย เลยใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ อย่างเกาหลีใต้ เข้ามามีส่วนร่วมและสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ ในการรักษาความปลอดภัยให้กับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้โปรเจกต์ฟรีดอม
“อิหร่านได้ยิงใส่ประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการเคลื่อนย้ายเรือโปรเจกต์ฟรีดอม รวมถึงเรือบรรทุกสินค้าของเกาหลีใต้ด้วย บางทีอาจถึงเวลาที่เกาหลีใต้จะเข้าร่วมภารกิจนี้แล้ว! นอกจากเรือของเกาหลีใต้แล้ว ณ ขณะนี้ยังไม่มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นในช่องแคบ” ทรัมป์กล่าว
ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ซีฮอว์กและ AH-64 อาปาเช่ ในการทำลายเรือเล็กของอิหร่านที่คุกคามการเดินเรือพาณิชย์
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM ระบุว่า อิหร่านได้ส่งขีปนาวุธ โดรน และเรือเล็กจำนวนมาก เข้าโจมตีเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ และเรือพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองทัพสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ CENTCOM อ้างว่า เรือสินค้าที่ติดธงสหรัฐฯ และเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยพลเรือเอกคูเปอร์ยืนยันว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้การคุ้มกัน แต่ใช้มาตรการป้องกันเชิงรับที่ครอบคลุมกว่า เพื่อเปิดเส้นทางทางเดียว เพื่อให้เรือพาณิชย์ที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบออกไปได้
ด้านเมอส์ก (MAERSK) บริษัทเดินเรือและโลจิสติกส์ของเดนมาร์ก ยืนยันว่า เรือของบริษัทลำหนึ่งได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้การคุ้มครองของกองทัพสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านยังคงปฏิเสธคำกล่าวอ้างเรื่องการเดินเรือผ่านช่องแคบว่า "ไม่เป็นความจริง"
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ระบุว่า ระบบป้องกันภัยของตนได้สกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านจำนวน 15 ลูก และโดรนอีก 4 ลำ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกล่าวหาอิหร่านว่าส่งโดรนโจมตีเขตอุตสาหกรรมน้ำมันในเมืองฟูไจราห์ (Fujairah) ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรง และมีคนงานชาวอินเดียได้รับบาดเจ็บ 3 คน
ยูเออีระบุว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเป็นการยกระดับสถานการณ์อย่างอันตราย อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานอ้างเจ้าหน้าที่กองทัพว่า อิหร่านไม่มีแผนที่จะโจมตียูเออี
ล่าสุด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า เหตุการณ์ล่าสุดในช่องแคบฮอร์มุซทำให้เห็นชัดเจนว่า วิกฤตทางการเมืองนั้นไม่มีสามารถแก้ได้ด้วยวิธีทางการทหาร ในขณะที่การเจรจากำลังมีความคืบหน้าด้วยความพยายามอันดีของปากีสถาน สหรัฐฯ ควรระวังการถูกลากกลับเข้าสู่วิกฤตที่ยากจะถอนตัวโดยผู้ไม่ประสงค์ดี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ควรระวังเช่นเดียวกัน
อารักชีทิ้งท้ายด้วยว่า โปรเจกต์ฟรีดอมในความเป็นจริงคือโปรเจกต์เดดล็อก (Project Deadlock) หรือโปรเจกต์ทางตัน
“อารักชี” เดินทางเยือนจีน
วันที่ 5 พ.ค. สำนักข่าวเมห์รของอิหร่านรายงานว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางไปยังประเทศจีนในวันนี้ เพื่อหารือทางการทูตระหว่างเตหะรานและปักกิ่ง
เมห์รระบุว่า ในระหว่างการเยือนปักกิ่ง อารักชีจะพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนเพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ตลอดจนสถานการณ์ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
การเยือนจีนของอารักชีเกิดขึ้นก่อนการเยือนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดพบกับสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในการประชุมสุดยอด 2 วัน ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค.
แม้ว่าปักกิ่งจะประณามการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม แต่จีนก็วางตัวเป็นกลางมาโดยตลอด
ถึงแม้จีนจะเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด แต่ปริมาณสำรองเชื้อเพลิงฟอสซิลและการผสมผสานพลังงานที่หลากหลายของจีนช่วยปกป้องจีนจากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านชี้ เหตุเพลิงไหม้ฟูไจราห์เกิดจาก “การกระทำของสหรัฐฯ”
เจ้าหน้าที่ทหารอิหร่านที่ไม่เปิดเผยชื่อ บอกกับสำนักข่าว IRIB ของอิหร่านว่า เหตุเพลิงไหม้ที่ท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ไม่ใช่การโจมตีที่อิหร่านวางแผนไว้ และกล่าวโทษสหรัฐฯ
“สาธารณรัฐอิสลามไม่มีแผนการโจมตีโรงงานน้ำมันดังกล่าวล่วงหน้า และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการกระทำที่เสี่ยงภัยทางทหารของสหรัฐฯ ที่มุ่งสร้างทางผ่านสำหรับการเดินเรืออย่างผิดกฎหมายในช่องแคบฮอร์มุซ” เจ้าหน้าที่กล่าว
เขาเสริมว่า “กองทัพสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ต้องยุติการใช้กำลังในกระบวนการทางการทูตที่ไม่เหมาะสม และหยุดการกระทำที่เสี่ยงภัยทางทหารในภูมิภาคน้ำมันที่อ่อนไหวนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก”
เกาหลีใต้กำลังพิจารณาเข้าร่วมโปรเจกต์ฟรีดอม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานประธานาธิบดีของเกาหลีใต้กำลังศึกษาว่า เกาหลีใต้สามารถเข้าร่วมใน "โปรเจกต์ฟรีดอม" ของทรัมป์ในช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่
รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวว่า กำลังพิจารณาอย่างรอบคอบถึงจุดยืนเกี่ยวกับการเข้าร่วมภารกิจของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า จุดยืนของตนจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ พันธมิตรอันยาวนานกับสหรัฐฯ และสถานการณ์ความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เสริมว่า ได้มีการหารือกับพันธมิตรอื่น ๆ นำโดยอังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อสนับสนุนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่การส่งเรือรบจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเขตสงครามที่ยังมีการสู้รบอยู่
ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วเกาหลีใต้กำลังบอกว่า ยังไม่ให้คำมั่นสัญญาหรือปฏิเสธอย่างเด็ดขาดในขณะนี้ เนื่องจากนี่เป็นการตัดสินใจที่ซับซ้อน
อิหร่านลั่น นี่ยังไม่เริ่ม
วันที่ 5 พ.ค. โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรได้ “คุกคาม” ความมั่นคงของการขนส่งทางเรือและพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ ด้วยการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปิดล้อม “แต่แน่นอนว่าความชั่วร้ายของพวกเขาจะหายไป”
กาลิบาฟกล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “สมการใหม่ของช่องแคบฮอร์มุซกำลังถูกสร้างขึ้น เรารู้ดีว่าการคงสภาพที่เป็นอยู่เป็นสิ่งที่อเมริกาไม่อาจยอมรับได้ ในขณะที่เรายังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย”
ไฟไหม้เรือหลายลำในท่าเรือทางใต้ของอิหร่าน
วันที่ 5 พ.ค. สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เกิดเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกสินค้าหลายลำในท่าเทียบเรือที่เมืองดายเยอร์ ท่าเรือทางใต้ของอิหร่าน
มาจิด ออมรานี หัวหน้าแผนกดับเพลิงท่าเรือดายเยอร์ กล่าวกับสำนักข่าวเมห์ร ซึ่งเป็นเครือข่ายของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังพยายามควบคุมเพลิง ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ยังไม่ทราบแน่ชัด
“ทรัมป์” จวก “โพลปลอม” ปมความเห็นชาวอเมริกันไม่สนับสนุนสงครามอิหร่าน
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมสุดยอดธุรกิจขนาดเล็กที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ทรัมป์ย้ำมุมมองของเขาว่า “เราไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้”
ทรัมป์อ้างถึงสงครามของเขาว่าเป็น “ปฏิบัติการทางทหาร จะเรียกมันว่าอะไรก็ได้” และเป็น “การเบี่ยงเบนเส้นทาง” เหมือนที่เขาเคยทำมาในอดีต เขากล่าวว่ามัน “ได้ผลดีมาก”
จากนั้นเขาก็กล่าวซ้ำถึงข้ออ้างเดิม ๆ เกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ ทำลายศักยภาพของอิหร่าน โดยอ้างว่าเตหะราน “ไม่มีกองทัพเรือ ไม่มีกองทัพอากาศ ไม่มีอุปกรณ์ต่อต้านอากาศยาน ไม่มีเรดาร์ ไม่มีอะไรเลย ที่จริงแล้วพวกเขาไม่มีผู้นำด้วยซ้ำ ผู้นำก็หายไปหมดแล้ว”
เขาเสริมว่า “แต่คุณไม่สามารถปล่อยให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ได้ มิฉะนั้นคุณจะมีปัญหาอย่างที่ไม่มีใครเชื่อ และมันก็ได้ผลดีมาก”
เขายังปฏิเสธผลสำรวจที่แสดงให้เห็นว่าสงครามไม่เป็นที่นิยมว่าเป็น “โพลปลอม”
ทรัมป์กล่าวว่า “พวกเขาให้ผลสำรวจปลอมกับผม พวกเขาทำโพลเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน และบอกว่ามีเพียง 32% ของคนเท่านั้นที่ชอบมัน คือผมก็ไม่ได้ชอบมันนะ ผมไม่ชอบสงครามเลย แต่เรามียุทโธปกรณ์ที่ดีกว่า และเรามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”
ประธานาธิบดีกล่าวต่อไปว่า คำถามในโพลนั้นมีอคติต่อเขา และเสริมว่า ผู้ทำโพลควรจะถามว่า ชาวอเมริกันเชื่อว่าอิหร่านควรได้รับอนุญาตให้มีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็คิดว่ามันอาจจะไม่สร้างความแตกต่างอะไร
“มันจะไม่ใช่ 32% แต่ถึงแม้คุณจะพูดอย่างนั้น มันก็ยังมี 32% อยู่ดี เพราะโพลนั้นเป็นของปลอม ผมหมายความว่า มันเป็นของปลอมทั้งหมด” ทรัมป์หล่าว
คำพูดของทรัมป์ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่านเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าเขาหมายถึงผลสำรวจใด
ผลสำรวจของ Washington Post-ABC News-Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 พ.ค. แสดงให้เห็นว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 36% เท่านั้นที่เชื่อว่าสหรัฐฯ ทำสิ่งที่ถูกต้องในการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน
ทรัมป์ยังอ้างว่าผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เขานั้นใจร้อนเกินไป “ตอนนี้เรามีสงครามอยู่ และมันเพิ่งผ่านมาแค่ 6 สัปดาห์เอง พวกเขาถามว่า ‘ทำไมมันถึงนานขนาดนี้?’ เราอยู่ในเวียดนาม 19 ปี เราอยู่ในอิรักหลายปี 10-12 ปี เราอยู่ในสงครามต่าง ๆ มากมาย เกาหลี 7 ปี ผมจะไม่พูดถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยซ้ำ”
สหรัฐฯ กล่าวหาจีนให้เงินสนับสนุนอิหร่าน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวหาจีนว่า “ให้เงินสนับสนุนประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุด” ซึ่งหมายถึงอิหร่าน และกล่าวว่าปักกิ่งควรช่วยเหลือวอชิงตันในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
คำวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาของเบสเซนต์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอิหร่านเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ค. เพียง 1 สัปดาห์ก่อนการเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขาจะพบกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง
“อิหร่านเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุด และจีนซื้อพลังงานจากอิหร่านถึง 90% ดังนั้นจึงเท่ากับว่าจีนให้เงินสนับสนุนประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุด” เบสเซนต์กล่าว
แม้จะมีการกล่าวหาเช่นนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็เรียกร้องให้ปักกิ่งเข้าร่วมกับวอชิงตันในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
“การโจมตีจากอิหร่านทำให้ช่องแคบปิด เรากำลังเปิดมันอีกครั้ง ดังนั้นผมจึงขอเรียกร้องให้จีนเข้าร่วมกับเราในการสนับสนุนปฏิบัติการระหว่างประเทศนี้” เบสเซนต์กล่าว
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะ “นำทาง” เรือที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซออกจากช่องแคบ พร้อมทั้งเตือนอิหร่านไม่ให้แทรกแซงปฏิบัติการ “โปรเจกต์ฟรีดอม” นี้
เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังบอกว่าอิหร่านไม่ได้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ “เราต่างหากที่ควบคุมช่องแคบนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ”
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แนะนำว่า จีนควรใช้ประโยชน์จากอิทธิพลที่มีต่ออิหร่านเพื่อช่วยแก้ไขวิกฤตนี้ “มาดูกันว่าพวกเขาจะใช้การทูตอย่างไรเพื่อให้อิหร่านเปิดช่องแคบ”
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / BBC / CNN / The Guardian