Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

เกาะติดสงครามอิหร่าน 21 มี.ค. 69 “ทรัมป์” ส่งสัญญาณลดระดับปฏิบัติการ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความระบุว่า สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุเป้าหมายในการทำสงครามกับอิหร่านแล้ว และกำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหาร

วันที่ 21 มี.ค. เวลาประมาณ 04.15 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุเป้าหมายในการทำสงครามกับอิหร่านแล้วและกำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหาร หลังความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางปะทุขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลผนึกกำลังกันเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเตหะราน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา

“ทรัมป์” ส่งสัญญาณลดระดับปฏิบัติการในอิหร่าน Reuters/Kevin Lamarque
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โพสต์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า เรากำลังเข้าใกล้การบรรลุเป้าหมายของเราอย่างมาก ขณะที่เรากำลังพิจารณาลดระดับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของเราในตะวันออกกลาง ต่อระบอบก่อการร้ายของอิหร่าน ได้แก่

  1. ทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน แท่นยิง และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง
  2. ทำลายฐานอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศของอิหร่าน
  3. กำจัดกองทัพเรือและกองทัพอากาศ รวมถึง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ
  4. ไม่ยอมให้อิหร่านเข้าใกล้ขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ และรักษาความพร้อมให้สหรัฐฯ สามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว
  5. ปกป้องชาติพันธมิตรในตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ในระดับสูงสุด รวมถึง อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และประเทศอื่น ๆ

ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะได้รับการดูแลและรักษาความปลอดภัยจากประเทศที่ต้องใช้เส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว แต่ไม่ใช่สหรัฐฯ ยกเว้นแต่จะมีการร้องขอ ก็จะช่วย แต่เมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านหมดไป ก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว

“ทรัมป์” ส่งสัญญาณลดระดับปฏิบัติการในอิหร่าน Truth Social/@realDonaldTrump
โพสต์ของ โดนัลด์ ทรัมป์

อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพในมหาสมุทรอินเดีย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค. อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลางใส่ฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษที่ดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 3,810 กิโลเมตร แต่ไม่มีลูกใดตกใส่ฐานทัพ

ดิเอโก การ์เซีย ซึ่งเป็นสนามบินสำคัญสำหรับฝูงบินทิ้งระเบิดหนักของสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศที่สำคัญของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน สำหรับปฏิบัติการที่อยู่ห่างไกลจากประเทศตัวเอง

ดิเอโก การ์เซีย เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะชาโกส ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่อยู่ห่างจากมอริเชียสไปทางตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่า 1,609 กิโลเมตร โดยอังกฤษเข้ายึดครองหมู่เกาะเหล่านี้พร้อมกับมอริเชียสในปี 1814 หลังจากการพ่ายแพ้ของนโปเลียน

มอริเชียสได้รับเอกราชในปี 1968 แต่หมู่เกาะชาโกสยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ

เพื่อยับยั้งอิทธิพลทางทหารของโซเวียตในภูมิภาค สหรัฐฯ และอังกฤษจึงสร้างฐานทัพขนาดใหญ่บนเกาะดิเอโก การ์เซียในปี 1971

เกาะแห่งนี้เป็นส่วนสำคัญในการเปิดฉากการรุกรานอิรัก 2 ครั้ง เป็นจุดลงจอดที่สำคัญสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ปฏิบัติภารกิจทั่วเอเชีย และมีความเกี่ยวข้องกับความพยายามในการส่งตัวผู้ต้องหาของสหรัฐฯ

อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพในมหาสมุทรอินเดีย Reuters/HO/U.S. Navy CLH/JS
ฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษ ดิเอโก การ์เซีย

อิหร่านพร้อมอนุญาตให้เรือญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 21 มี.ค. รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวกับสำนักข่าวเคียวโดของญี่ปุ่นว่า อิหร่านพร้อมที่จะอนุญาตให้เรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

อารักชีระบุว่า การเจรจากับฝ่ายญี่ปุ่นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยกเลิกการปิดช่องแคบชั่วคราว

เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นคนหนึ่งกล่าวกับเคียวโดว่า "การเจรจาโดยตรงกับฝ่ายอิหร่านเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการยกเลิกการปิดช่องแคบ"

พวกเขากล่าวเสริมว่า ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ยั่วยุสหรัฐฯ โดยระบุว่า แม้จะอนุญาตให้เรือญี่ปุ่นผ่านเส้นทางน้ำได้ ก็จะไม่สามารถแก้ไขวิกฤตพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นได้

เจ้าหน้าที่อีกคนจากกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวกับเคียวโดว่า "เจตนาที่แท้จริง" เบื้องหลังคำแถลงของอารักชีควรได้รับการ "ประเมินอย่างรอบคอบ"

สหรัฐฯ เตรียมส่งเรือรบอีก 3 ลำ-ทหารหลายพันนายไปตะวันออกกลาง

มีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมส่งเรือรบอีก 3 ลำและทหารอีกหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง รวมถึงมีรายงานด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาแผนการที่จะยึดครองหรือปิดล้อมเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน เพื่อกดดันให้เปิดช่องแคบอีกครั้ง

รายงานที่ว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาแผนการยึดครองหรือปิดล้อมเกาะคาร์กเกิดขึ้นแม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะเคยกล่าวว่า เขาไม่ค่อยเอนเอียงไปทางที่จะ “ส่งทหารลงพื้นที่”

การพยายามเข้ายึดครองเกาะคาร์กโดยตรงนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะจะทำให้กองกำลังอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่นั่นตกอยู่ภายใต้การโจมตีด้วยโดรนและจรวดของอิหร่านในพื้นที่จำกัด

เกาะคาร์กมีขนาดเพียง 20 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากเมืองบูเชห์รของอิหร่านทางตอนเหนือสุดของอ่าวเปอร์เซียเพียง 25 กิโลเมตร ท่าเรือบนเกาะคาร์กเป็นแหล่งส่งออกน้ำมันของอิหร่านประมาณ 90% และได้รับน้ำมันจากแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งใกล้เคียงผ่านทางท่อส่ง

อิหร่านพึ่งพารายได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างมาก และการพยายามยึดครองสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญเช่นนี้ย่อมจะได้รับการต่อต้านอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ มีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 ซึ่งเป็นกองกำลังตอบสนองฉับพลันประมาณ 2,200 นาย ไปยังตะวันออกกลางแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ทหารยังไม่ได้ระบุว่านาวิกโยธินที่ถูกส่งไปยังตะวันออกกลางจะได้รับมอบหมายภารกิจใด

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เรือรบยูเอสเอส บ็อกเซอร์ (USS Boxer) พร้อมด้วยหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 บนเรือ ก็กำลังออกจากสหรัฐฯ เร็วกว่ากำหนดประมาณ 3 สัปดาห์ โดยยังไม่ชัดเจนว่าภารกิจของพวกเขาคืออะไร

อิหร่านขู่โจมตี “สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก”

อิหร่านขู่ว่าจะขยายวงการโจมตีตอบโต้ไปยังสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก

โดย พลเอก อับดุลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกทางทหารระดับสูงของอิหร่าน เตือนว่า “สวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก จะไม่ปลอดภัยสำหรับศัตรูของประเทศ”

เชคาร์ชียังขู่ว่าจะ “ตามล่า” เจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการทหารจากสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ว่าจะพบพวกเขาที่ใดในโลก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วย

“เรากำลังจับตาดูเจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการ นักบิน และทหารที่ขี้ขลาดของพวกคุณอยู่ นับจากนี้เป็นต้นไป จากข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับคุณ ทางเดินริมทะเล รีสอร์ท และศูนย์ท่องเที่ยวและความบันเทิงทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป” เชคาร์ชีกล่าว

คำขู่ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลขึ้นอีกครั้งว่า อิหร่านอาจหันกลับมาใช้การโจมตีด้วยกำลังทหารนอกตะวันออกกลางอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สงครามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง

อิสราเอลกล่าวว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ตนตั้งแต่เช้าวันที่ 21 มี.ค. ขณะที่ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าได้ยิงโดรนตก 20 ลำในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยกระทรวงกลาโหมซาอุฯ กล่าวว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายใด ๆ

อิหร่านได้เพิ่มการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย นับตั้งแต่ที่อิสราเอลทิ้งระเบิดแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่สุดของอิหร่าน “เซาท์พาร์ส” (South Pars)

สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านบางส่วนแล้ว

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ประกาศการออกใบอนุญาตระยะสั้นที่จำกัดขอบเขต เพื่ออนุญาตให้ขายน้ำมันอิหร่านที่ติดค้างอยู่ในทะเลได้

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการพลิกนโยบายของสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และผลลัพธ์ที่ได้นั้นยังไม่แน่นอน

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผลกระทบต่อราคาน้ำมันน่าจะมีจำกัด และอาจเพิ่มเงินทุนให้กับรัฐบาลอิหร่านที่สหรัฐฯ กำลังโจมตีอยู่

ทั่วโลก ราคาน้ำมันกำลังพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งและการผลิต

เบสเซนต์กล่าวว่า ใบอนุญาตนี้ใช้ได้กับการขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีต้นกำเนิดจากอิหร่านซึ่งบรรทุกอยู่บนเรือในขณะนี้

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เสริมว่า ใบอนุญาตนี้จะมีผลจนถึงวันที่ 19 เม.ย.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะนำน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว

แต่เบสเซนต์ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของการยกเว้น หรือว่าจะมีแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เงินจากการขายน้ำมันไหลกลับไปยังรัฐบาลอิหร่านหรือไม่

“มุจตาบา” เผย “ศัตรูของอิหร่านกำลังพ่ายแพ้”

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์เนื่องในวันปีใหม่เปอร์เซีย หรือ “โนว์รูซ” (Nowruz) โดยกล่าวว่า “ศัตรูของอิหร่านกำลังพ่ายแพ้” ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีประเทศอย่างต่อเนื่อง

ในแถลงการณ์ที่อ่านออกอากาศทางโทรทัศน์ของอิหร่าน มุจตาบาได้ยกย่องความแน่วแน่ของประชาชนชาวอิหร่าน และกล่าวว่าโนว์รูซปีนี้เป็นการเริ่มต้นปีแห่ง “เศรษฐกิจแห่งการต่อต้านภายใต้ความสามัคคีและความมั่นคงของชาติ”

เขาบอกว่า “ในขณะนี้ ด้วยความสามัคคีอันพิเศษที่เกิดขึ้นระหว่างท่านทั้งหลาย เพื่อนร่วมชาติของเรา แม้จะมีความแตกต่างกันในด้านศาสนา สติปัญญา วัฒนธรรม และต้นกำเนิดทางการเมือง ศัตรูกำลังพ่ายแพ้แล้ว”

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่กล่าวว่า ในขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเชื่อว่าหลังจากการโจมตีเพียง 1 หรือ 2 วัน ประชาชนอิหร่านจะโค่นล้มรัฐบาลได้ แต่ความเชื่อนี้เป็น “การคำนวณผิดพลาดอย่างร้ายแรง”

เขากล่าวว่า “สงครามเริ่มต้นขึ้นภายใต้ความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า หากผู้นำสูงสุดของระบอบการปกครองและบุคคลสำคัญทางทหารบางคนเสียชีวิต จะทำให้ประชาชนของเราหวาดกลัวและสิ้นหวัง และด้วยวิธีนี้ ความฝันที่จะครอบงำอิหร่านและแบ่งแยกประเทศก็จะสำเร็จ แต่กลับกัน ความแตกแยกได้เกิดขึ้นในหมู่ศัตรูแล้ว”

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญของอิหร่านนั้นร่างขึ้นโดยคำนึงถึงภาวะสุญญากาศทางอำนาจ เป็น “พิธีสารเพื่อความอยู่รอด” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ระบบสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด

อังกฤษไฟเขียวสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพถล่มอิหร่าน

รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของประเทศในการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีเรือเดินสมุทรในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้ประชุมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามอิหร่านและการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวโดยอิหร่าน

แถลงการณ์จากรัฐบาลอังกฤษระบุด้วยว่า คณะรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า ข้อตกลงที่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษในการป้องกันตนเองร่วมกันของภูมิภาค ครอบคลุมถึงปฏิบัติการเชิงป้องกันของสหรัฐฯ เพื่อลดทอนประสิทธิภาพของฐานยิงขีปนาวุธและขีดความสามารถที่ใช้ในการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม อังกฤษจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการโจมตีใด ๆ และหลักการเบื้องหลังแนวทางของอังกฤษต่อความขัดแย้งยังคงเหมือนเดิม

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังก่อนหน้านี้ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ปฏิเสธคำร้องขอของสหรัฐฯ ในการใช้ฐานทัพอังกฤษเพื่อโจมตีอิหร่าน แต่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพในปฏิบัติการป้องกันตนเองเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าปฏิบัติการทางทหารใด ๆ มีความชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ได้เปลี่ยนท่าทีในเวลาต่อมา หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีพันธมิตรอังกฤษทั่วตะวันออกกลาง 

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยหลังทราบข่าวการตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษที่ไฟเขียวให้ใช้ฐานทัพ โดยระบุว่า เป็นการตอบสนองที่ล่าช้ามาก และมองว่าควรจะดำเนินการเร็วกว่านี้ เพราะทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีและเป็นพันธมิตรอันดับ 1 ของสหรัฐฯ แต่เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ด้วยการโพสต์ข้อความบน X ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของตัวเองเพื่อรุกรานอิหร่านนั้น ทำให้ชีวิตของพลเรือนตกอยู่ในอันตราย พร้อมเสริมว่า อิหร่านจะใช้สิทธิ์ในการป้องกันตนเอง

ทั้งนี้ ฐานทัพอังกฤษที่คาดว่าสหรัฐฯ จะใช้งาน ได้แก่ ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด (RAF Fairford) ในกลอสเตอร์เชียร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และฐานทัพอากาศดิเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) ในมหาสมุทรอินเดีย

อังกฤษไฟเขียวสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพถล่มอิหร่าน Reuters/House of Commons/Handout
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ