สำนักข่าวเดอะ ไทม์ส ออฟ อิสราเอล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังคืบหน้า โดยระบุว่าฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับคนที่ใช่ และเชื่อว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมากเพื่อยุติสงคราม
ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา โดยมีทีมเจรจาประกอบด้วย จาเร็ด คุชเนอร์ สตีฟ วิตคอฟฟ์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณทางการทูต แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมส่งกำลังทหารหลายพันนายจากกองพลชั้นนำอย่างกองพลร่มที่ 82 ไปยังตะวันออกกลาง ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง แม้ยังไม่มีการเปิดเผยจุดหมายหรือช่วงเวลาชัดเจน
ขณะเดียวกัน Channel 12 สื่ออิสราเอลรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยื่นเงื่อนไข 15 ข้อให้อิหร่าน เพื่อใช้เป็นกรอบในการยุติสงคราม ซึ่งเจ้าหน้าที่อิสราเอลยืนยันว่าสหรัฐฯ มีการแจ้งอิสราเอลล่วงหน้าเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่าน แต่ไม่ได้ระบุระยะเวลา
รายงานระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวครอบคลุมเป้าหมายทางสงครามของทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิสราเอลแสดงความกังวลว่า ทีมของทรัมป์อาจเร่งผลักดันข้อตกลงในหลักการอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้เงื่อนไขทั้งหมดได้รับการยอมรับก่อนยุติการสู้รบ
แหล่งข่าวระบุว่า จาเร็ด คุชเนอร์ และ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ได้ออกแบบกลไกการเจรจา โดยเสนอให้มีการประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างนั้นทั้งสองฝ่ายจะเจรจารายละเอียดของข้อตกลง 15 ข้อ ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับข้อตกลงที่รัฐบาลทรัมป์เคยผลักดันในฉนวนกาซาและเลบานอนมาก่อน
Channel 12 ยังระบุว่า ความเป็นไปได้ของข้อตกลงดังกล่าว สร้างความกังวลให้กับผู้นำด้านการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอล เนื่องจากอาจทำให้อิหร่านอยู่ในสถานะได้เปรียบ หากสงครามยุติก่อนที่เงื่อนไขจะถูกกำหนดอย่างชัดเจน
Channel 12 ยังเปิดเผยรายละเอียดบางข้อจากทั้งหมด 15 ข้อ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สหรัฐฯ เสนอให้อิหร่าน โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวตะวันตก เช่น
- อิหร่านต้องยุติขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ และไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีก
- อิหร่านห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียมภายในประเทศ
- อิหร่าน ต้องส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% ประมาณ 450 กิโลกรัมให้กับ International Atomic Energy Agency
- อิหร่าน ต้องรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์สำคัญ เช่น นาทานซ์ อิสฟาฮาน และฟอร์โด
- อิหร่าน ต้องเปิดให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ
- อิหร่าน ต้องยุติบทบาทสนับสนุนเครือข่ายตัวแทนในภูมิภาค
- อิหร่าน ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือเสรี
- อิหร่าน ต้องจำกัดโครงการขีปนาวุธทั้งด้านระยะและจำนวน
ส่วนสิ่งที่อิหร่านจะได้รับตอบแทน เช่น
- การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดจากนานาชาติ
- ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ในโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร
- การยกเลิกกลไก “Snapback” ที่อนุญาตให้กลับมาคว่ำบาตรอัตโนมัติ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า สหรัฐฯ ส่งข้อเสนอดังกล่าวผ่านตัวกลางอย่างปากีสถาน พร้อมกำหนดเส้นตาย 24 ชั่วโมงให้อิหร่านตอบรับ แต่ฝ่ายเตหะรานระบุว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่สามารถสื่อสารหรือพบปะกันได้อย่างสะดวก ท่ามกลางความเสี่ยงจากการถูกโจมตี
ที่มา: The Times of Israel